รักเกิดในไร่ส้ม

ตอนที่ 1 ไร่ส้มคอยรัก2 FULL

ภรรยาพ่อผู้ใหญ่รับไหว้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส “ขอบใจมากนะจ๊ะ มาทีไรก็เอาของมาฝากแม่ทุกทีเลย เกรงใจจะแย่


ไม่ต้องเกรงใจนะครับ ผมเต็มใจเอามาฝากแม่ด้ายกับพ่อโย” สวมบทบาทตีเนียนเป็นลูกของบ้านนี้อีกคน คราแรกเลยแม่ด้ายก็ไม่คล้อยตามหรอก แทนตัวเองว่าน้าหลายปีจนมาใจอ่อนช่วงหลัง ยอมแทนตัวเองว่าแม่ตามคำสรรพนามที่เขาเรียก


ขอบใจจ้ะ พ่ออาร์มรีบไหม เข้ามาในบ้านก่อนสิ มากินข้าวกินปลาด้วยกัน ตอนนี้พ่อกับแม่กำลังทำมื้อเย็น ส่วนยัยหนูลงไปเก็บผักที่สวนหลังบ้าน แกเพิ่งมาจากกรุงเทพถึงบ้านเช้านี้เอง มาถึงก็บ่นอยากกินผักสดๆ จิ้มกับน้ำพริกฝีมือแม่ แม่ก็เลยโชว์ฝีมือทำมื้อเย็นชุดใหญ่เลี้ยงคนทั้งบ้าน” แม่ด้ายเป็นผู้ใหญ่ใจดี ใจเย็น ใครได้อยู่ใกล้ก็พลอยเย็นตาเย็นใจตามไปด้วย


ไม่รีบครับ ขอฝากท้องด้วยคนนะครับแม่ด้าย


จ้ะ เชิญเข้ามาในบ้านเลยนะ วางส้มไว้ตรงนี้แหละเดี๋ยวแม่ให้พ่อโยเขามายก


เอ่อ... แม่ด้ายครับ ผมขอไปช่วยน้องเอยเก็บผักได้ไหมครับ” เอ่ยความต้องการของตนเองออกมา กลัวอยู่เหมือนกันว่าแม่ด้ายจะไม่อนุญาตให้อยู่เพียงลำพังกับน้องสองต่อสอง แต่อย่างน้อยก็ได้ขอล่ะน่า ผลจะออกมาเป็นยังไงเขาไม่คิดมาก


ดีเลย แม่กำลังอยากได้พริก ฝากเก็บมาด้วยสักสิบเม็ดหน่อยนะ” แม่ด้ายว่าพลางเดินไปหยิบถุงพลาสติกขนาดเล็กมาส่งให้ชายหนุ่ม เป็นการเปิดโอกาสให้อาชวินได้ใกล้ชิดลูกสาวสุดที่รัก


ได้ครับ สิบ ยี่สิบ สามสิบ สี่สิบเม็ดก็เก็บไหวครับแม่ด้าย ผมขอตัวเลยนะครับ


อาชวินรีบเดินตัวปลิวอ้อมไปทางสวนหลังบ้านทันที มีคูน้ำเล็กๆ คั่นกลาง เขาต้องเดินบนสะพานไม้เล็กๆ ข้ามไปยังสวน พยายามมองหาน้องเอยจนเห็นน้องกำลังเก็บผักกาดขาวอยู่ทางด้านหลัง ไม่ไกลจากโซนต้นพริกเท่าไหร่นักจึงรีบเดินเข้าไป แต่รีบไปหน่อยและไม่ทันมองว่าน้องเอยเพิ่งรดน้ำผัก จึงลื่นล้มก้นกระแทกพื้น ร้องเสียงดังมาก กางเกงเขาเปียกและเลอะโคลนไปหมด


เสียงนั้นทำให้เจ้าของใบหน้าหวานรีบหันกลับมามองทว่าไม่เจอใคร อาทิตยานึกกลัวจึงจับตะกร้าผักเข้ามาใกล้ตัวค่อยๆ เดินไปข้างหน้า โผล่ใบหน้าข้ามไปมองอีกช่องมองหาต้นตอเสียง แล้วก็ต้องกรีดร้องลั่นเมื่อคนแปลกหน้าลุกขึ้นนั่งพอดิบพอดี ตะกร้าผักใบเล็กลอยกลางอากาศกระทบใบหน้าชายคนนั้นเต็มๆ


โอ๊ย!” มือหนึ่งจับสะโพกส่วนอีกมือยกขึ้นมาจับหน้า ตะกร้าหวายลอยมากระทบสันจมูกเขาเต็มๆ เจ็บไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว


ว้าย! พี่อาร์ม! เอยขอโทษค่ะ” ทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร สาวสวยก็รีบเดินอ้อมมาประคองเขา ยกมือไหว้ไปหลายครั้งเพราะไม่ได้ตั้งใจ “เจ็บมากไหมคะ เอยขอโทษนะคะ ไม่ได้ตั้งใจโยนตะกร้าผักใส่พี่อาร์ม


ไม่เป็นไรครับ พี่ผิดเองที่มาแบบเงียบๆ


โอเค เขาโอเค เจ็บแค่นี้เองต้องอดทนให้ได้สิ อยู่ต่อหน้าสาวนะ จะให้อ่อนแอได้ยังไง อาชวินส่งยิ้มมาให้ทั้งที่สันจมูกแดงจนเกือบจะช้ำเลือด ทางด้านอาทิตยานั้นส่งยิ้มแห้งๆ กลับคืนไปให้เขา ก่อนจะช่วยพยุงเขาให้ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล


ตัวเลอะหมดเลย กลับเข้าบ้านไปเปลี่ยนชุดนะคะ เอยจะไปดูเสื้อกับกางเกงของคุณพ่อมาให้ พี่อาร์มน่าจะพอใส่แก้ขัดได้


ขอบคุณมากครับ น้องเอยมาเก็บผักไม่ใช่เหรอ แต่... พี่ทำมันเปื้อนดินหมดแล้ว เสียดายจัง” ผักมันเลอะโคลนแถมบางส่วนมือเขายังกดจมกับดินสกปรกหมดแล้ว เขาก้มลงไปเก็บตะกร้ามาคืนหล่อน


ไม่เป็นไรค่ะ เอยเก็บใหม่ก็ได้ ส่วนเศษพวกนี้เดี๋ยวเอยล้างแล้วเอาไปให้คุณพ่อผสมกับหัวอาหารให้น้องหมูกิน” ว่าพลางนำตะกร้ากับผักที่ตกพื้นไปช่วยกันล้างกับอาชวิน เขาตัวสูง ค่อนข้างเก้งๆ กังๆ แถมเนื้อตัวก็สกปรกเลอะโคลนไปหมด คอยเดินตามหลังหล่อนต้อยๆ เก็บผักใหม่อีกรอบ ที่บ้านของอาทิตยาทำเกษตรหลายอย่าง ทั้งปลูกผักปลอดสารพิษ และเลี้ยงสัตว์จำพวก หมู ไก่ เป็ด และนำไข่พวกมันไปขาย กลับมาบ้านคราวนี้คงได้อยู่ยาวเพราะอาทิตยาเพิ่งจะลาออกจากงานที่กรุงเทพ อีกทั้งหล่อนต้องเลี้ยงดูเด็กน้อยตาดำๆ ที่ยังไม่รู้เดียงสา อาจจะมองหางานแถวนี้ทำพอมีเงินมาใช้จ่ายในบ้านให้ครอบครัว


อ้อ แม่ด้ายฝากพี่มาเก็บพริกสิบเม็ดด้วยนะครับ” เกือบลืมไปเลยจึงรีบบอก


“ค่ะ” อาทิตยาพยักหน้ารับก่อนจะไปเก็บพริกเป็นอย่างสุดท้าย


อาชวินคอยเดินตามหลังคอยลอบมองดวงหน้าสวย น้องสวยจนอยากจะหยิบมือถือออกมาแอบถ่ายรูป แต่ดันลืมหยิบมันมาจากรถนี่สิ เซ็งชะมัด ได้สบตากับน้องเอยทีไรอาชวินส่งยิ้มให้ตลอด ยิ้มบ่อยเกินจนพักหลังน้องเขาไม่ยอมสบตาด้วยอีกเลย


น้องเอยจะกลับกรุงเทพวันไหนเหรอครับ” เริ่มชวนคุยพลางช่วยหล่อนเด็ดพริกลูกแดงสดจากต้น


ไม่มีกำหนดค่ะ เอยเพิ่งลาออกจากงานที่กรุงเทพตั้งใจว่าจะกลับมาหางานทำแถวบ้าน เอยคิดถึงบ้านน่ะค่ะ แล้วก็มีปัญหาที่ทำงานนิดหน่อย” หยุดเด็ดพริกสด เดินไปเก็บผักสลัดใบเขียวขจีน่ากิน เก็บมาจำนวนหนึ่งพอกินสำหรับสี่คน


มาทำงานในสำนักงานของพี่ไหม ใกล้บ้านนิดเดียวเดินทางไม่ลำบาก หรือถ้าลำบาก เดี๋ยวพี่มารับมาส่งน้องเอยทุกวันเอง


ขอบคุณนะคะ แต่อย่าเลยค่ะ เอยไม่อยากถูกใครนินทาว่าเป็นเด็กเส้น อีกอย่างเอยว่าจะไปสมัครทำงานในตัวอำเภอน่ะค่ะ


ไม่มีใครว่าหรอก น้องเอยก็เข้ามาสมัครด้วยตัวเองสิ พี่เรียกสัมภาษณ์ในวันนั้นแล้วเริ่มทำงานได้เลย”


ถ้าอย่างนั้นขอเอยปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ก่อนนะคะ” ตอบแบ่งรับแบ่งสู้ไว้ก่อน รู้หรอกว่าเขาอยากเห็นหน้าหล่อนทุกวันแต่หล่อนไม่อยากเห็นหน้าเขาทุกวันนี่นา ผู้ชายอะไรหล่อรวยซะเปล่าแต่ช่างตื้อเป็นบ้า


พักผ่อนก่อนก็ได้ ไว้พร้อมเมื่อไหร่ค่อยมาสมัคร” ไม่ว่าจะวันไหนๆ สำนักงานของเขาก็มีที่ว่างให้อาทิตยาเสมอ จะเรียกเงินเดือนเท่าไหร่เขาก็พร้อมจ่าย เพราะไว้ใจฝีมือการทำงานของน้องเอย


ขอบคุณค่ะ” อาทิตยาถือตะกร้าเดินนำชายหนุ่มไปทางสะพานไม้ กลัวมันจะรับน้ำหนักสองคนไม่ได้ก็หันไปบอกเขาให้ยืนรอไปก่อน เมื่อหล่อนเดินไปถึงอีกฝั่งแล้วก็ถึงได้หันกลับไปเรียกเขาให้เดินตามมา ทั้งสองเดินผ่านเข้ามาทางประตูหลังบ้าน


อาทิตยานำผักไปให้มารดาก่อนจะไปยังห้องนอนบิดามารดาค้นชุดของบิดามาให้อาชวินเปลี่ยน


เห็นพี่อาร์มไหมจ๊ะ แล้วนี่หนูหาอะไรอยู่เหรอลูก” แม่ด้ายผ่านมาเห็นพอดีจึงเข้ามาทัก อีกอย่างตนเองมองหาอาชวินแล้วแต่ก็ไม่เจอ ไม่รู้ว่าลูกสาวคนสวยทำแสบไปพูดจาไล่พี่เขากลับไร่ส้มไปแล้วหรือเปล่า อาหารพร้อมแล้วและทุกคนก็เริ่มหิวกันแล้วด้วย


พี่เขานั่งอยู่หลังบ้านค่ะ พอดีลื่นล้มตัวเลอะโคลน เอยก็เลยหาชุดคุณพ่อไปให้พี่เขาเปลี่ยน


อ้าว แล้วพี่เขาเจ็บมากไหมลูก


ไม่มากเท่าไหร่หรอกค่ะ ยังเดินตามเอยไม่หยุดเลย


เรานี่นะ ไว้พี่เขาไม่ง้อวันไหนแล้วจะรู้สึก” แม่ด้ายมองค้อนลูกสาวคนสวยที่ขยันประชดประชัน จากนั้นจึงก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาช่วยเลือกเสื้อผ้าไซส์เล็กให้ลูกสาวเอาไปให้อาชวิน “หนูพาพี่เขาไปล้างเนื้อล้างตัวด้วยนะลูก


อาทิตยารับเสื้อกับกางเกงจากมารดาเดินออกไปทางเดิมส่งชุดไปให้หนุ่มหล่อ เขาบ้าหรือเปล่าก็ไม่รู้เจอหล่อนทีไรเป็นต้องยิ้มกว้างทุกทีเหมือนมีระบบอัตโนมัติ “พี่อาร์มเข้าไปล้างตัวก่อนค่อยมากินข้าวนะคะ เอยจะเข้าไปช่วยคุณแม่จัดโต๊ะอาหารรอ


“ครับ” ขานรับเสียงอ่อนหวานพลางรับเสื้อผ้าจากมือน้องเอย ใจดีจัง สวย น่ารัก มองยังไงอาทิตยาก็ใช่สำหรับเขา


ฟ้ามืดแล้วในบ้านจึงเปิดไฟสว่างทุกดวง อาชวินใช้ความกล้าค่อนข้างมากในการอาบน้ำในห้องน้ำเก่าซึ่งตั้งอยู่นอกบ้าน จิ้งจกเอย ตุ๊กแกเอย เกาะเต็มผนังมองเขาโป๊นานสองนาน ตุ๊กแกบ้าเอ๊ย ไอ้นี่น่ะ เขาอนุญาตให้น้องเอยเห็นคนเดียวเว้ย พวกแกไม่มีสิทธิ์


อาชวินแสนหวงตัวรีบใส่เสื้อผ้าแล้วรีบวิ่งออกมา นำเสื้อผ้าเลอะโคลนไปเก็บไว้ในหลังรถก่อนจะเดินเข้ามาด้านหน้าบ้าน บังเอิญสายตามองไปเห็นร่างเล็กของชายคนหนึ่งที่อายุอานามน่าจะแรกเกิดไม่กี่เดือน นี่น่ะเหรอ… เด็กที่ชาวบ้านเขานินทากัน


พ่อโยนั่งหันหลังให้เขากำลังดูเกมโชว์ทางช่องเจ็ดสี หัวใจอาชวินเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ก้าวขาเข้ามาอีกนิดขยับเข้ามาอีกหน่อยเพื่อชะเง้อคอมองหน้าตาเล็กจิ้มลิ้มของเด็กน้อยว่าแกหน้าเหมือนน้องเอยไหม มองไปมองมาก็คล้ายน้องเอยอยู่นะ หน้ากลม ผิวขาว จมูกโด่งมาแต่ไกลเชียว น่ารักน่าเอ็นดูซะจริง ถือเป็นความฝันของอาชวินว่าอยากจะมีลูกน่ารักๆ สักสองสามคนมาคอยอ้อนคุณพ่อ


ก็คงเป็นได้แค่ความฝัน เพราะดูเหมือนน้องเอยจะไม่ชอบเขาเลยสักนิด


อาทิตยากำลังจะเข้ามาเรียกบิดาไปกินมื้อค่ำทว่าเห็นปฏิกิริยาของอาชวินเข้าซะก่อนจึงแอบยืนมอง เคยคิดไว้ว่าหากเขาเห็นหล่อนพาเด็กกลับบ้านแล้วอาจจะรังเกียจ แต่สายตาที่เขากำลังใช้มองตาหนูในตอนนี้ทำไมถึงห่างไกลกับคำว่ารังเกียจมากนัก


“คุณพ่อ พี่อาร์ม มากินข้าวในครัวค่ะ อาหารพร้อมแล้ว”


“โธ่ เกมโชว์กำลังสนุกเลยนะลูก” พ่อผู้ใหญ่ทำหน้าเสียดาย ชี้นิ้วใส่โทรทัศน์


“ไว้ค่อยดูต่อวันหลังค่ะ พี่อาร์มคงจะหิวแย่แล้ว” แอบมองเขาเล็กน้อยก่อนจะเข้ามายกแปลลูกพาไปนอนด้วยกัน“ไปกินข้าวกันเถอะพ่ออาร์ม วันนี้แม่ด้ายเขาทำอาหารชุดใหญ่เลี้ยงน้องเอย อร่อยๆ ทั้งนั้นเลยนะ”


“ครับพ่อโย แต่… เด็กคนนี้แกชื่ออะไรเหรอครับ แกน่ารักดี” ลองถามขณะเดินตามหลังเจ้าของบ้านมายังห้องครัว


“ชื่อกัปตัน หลานพ่อเอง” ท่านบอกเล่าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่ได้ปิดบังอะไรทำให้คนฟังเกิดความรู้สึกใจหาย ข้างในตัวเขาโหวงๆ ไปหมด เพิ่งจะรู้ซึ้งก็วันนี้ว่าทำไมช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาน้องเอยถึงไม่ค่อยกลับบ้าน เป็นเพราะน้องเอยมีกัปตันนี่เอง


อาชวินเป็นผู้ใหญ่และมีมารยาทมากพอจะไม่ถามอะไรที่ดูเป็นการละลาบละล้วง เขาเพียงชวนพ่อโยแม่ด้ายคุยเรื่องงานเกษตรประจำปีเท่านั้น และบอกต่อเรื่องตำแหน่งงานว่างในไร่ส้มทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองสนใจมากยุแยงให้อาทิตยาลองเข้าไปสมัคร หลังจบมื้ออาหาร อาชวินอยู่คุยกับพ่อโยต่ออีกสักพักก่อนจะขอตัวกลับเพราะเริ่มดึกแล้ว เขารู้ว่าอาทิตยาไม่ได้เต็มใจเดินออกมาส่งทว่าไม่สามารถขัดคำสั่งของผู้เป็นพ่อได้ นอกบ้านอากาศเย็นสบายมีลมอ่อนๆ พัดผ่านมาตลอดเวลา อาชวินหันหน้ากลับไปมองอาทิตยา


“ไว้น้องเอยจะเข้าไปในไร่วันไหนโทรมาบอกพี่ได้นะ ขอเบอร์ของพี่จากพ่อโยก็ได้”


“ขอบคุณมากนะคะที่ใจดีกับเอยมาตลอด แต่… เอยว่าพี่อาร์มอย่ามาเสียเวลากับเอยเลยนะคะ”


อาชวินเงียบไปหลายวินาทีทว่าเขายังยิ้มได้ “แล้วทำไมถึงคิดว่าพี่เสียเวลากับเอยล่ะครับ”


“ก็เพราะไม่ว่าพี่อาร์มจะใจดีจะทำดีกับเอยมากแค่ไหน เอยก็ยังยืนยันคำเดิมค่ะว่าเอยไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่อาร์ม สำหรับเอยพี่อาร์มเป็นมากที่สุดได้แค่พี่ชายที่เอยเคารพ และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนความรู้สึกของเอยก็ไม่มีวันเปลี่ยนไปจากนี้”


ไม่ใช่แค่คนฟังที่อึ้งและพูดอะไรไม่ออก แต่แม้กระทั่งคนพูดเองยังไม่คิดเลยว่าจะกล้าพูดถึงขนาดนี้


“เอยขอโทษนะคะที่ต้องพูดแบบนี้ เอยหวังดีกับพี่อาร์มจริงๆ ไม่อยากให้พี่อาร์มเสียเวลากับเอยไปมากกว่านี้ พี่อาร์มเป็นคนดีควรจะได้เจอคนดีและเพียบพร้อมมากกว่าเอย อย่างที่พี่อาร์มเห็นว่า… เอยมีลูกแล้ว ยังไงเอยก็รักพ่อของลูกเอยค่ะ”


“แล้วเขาหายไปไหนล่ะ ทำไมถึงปล่อยให้น้องเอยกับลูกกลับบ้านมากันแค่สองคน”


“เรา… ทะเลาะกันนิดหน่อยค่ะ พี่อาร์มอย่ามาสนใจเลย”


“ต้องสนสิเอย ก็พี่รักเอยมาไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปีแล้ว ถูกปฏิเสธตั้งหลายครั้งแต่พี่ก็ไม่ลืมเอยสักที” เอ่ยจบอาชวินก็หันหลังให้ทันทีไม่ยอมให้อาทิตยาเห็นว่าตอนนี้เขากำลังมีน้ำตา เจ็บหน้าอกชะมัด ทำไมกันนะเขาต้องรักผู้หญิงคนนี้มากขนาดนี้ด้วย อาชวินสตาร์ทรถขับกลับบ้านด้วยความรู้สึกอ้างว้าง ปวดร้าวในหัวใจ ร้องไห้จนแทบไม่มีน้ำตาความเจ็บปวดภายในใจก็ยังฝังแน่นไม่เลือนหายไปไหน


คืนนี้สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติชวนชมปรากฏการณ์ ฝนดาวตก เริ่มต้นเวลาสองทุ่มครึ่ง พื้นที่ที่เหมาะแก่การชมฝนดาวตกคือสถานที่ที่ไร้แสงไฟรบกวน เช่น บนตึกสูง หรือตามยอดดอย... เสียงแว่วๆ จากทีวีในห้องนอนกำลังรายงานข่าว ชายหนุ่มเดินเลื่อนลอยไปยังกรอบหน้าต่างเปิดกระจกแยกออกจากกัน มองขึ้นไปบนฟากฟ้าเห็นเส้นแสงสีขาวกำลังเคลื่อนผ่านหน้าตนเองไป


 


หากจะมีสิทธิ์ขออะไรได้สักอย่าง เขาขอโอกาสดูแลน้องเอยได้ไหม แค่ครั้งเดียวก็ยังดี














ฝากติดตามนิยายรักโรแมนติกเรื่องแรกด้วยนะคะ

ตอนก่อนหน้า
ความคิดเห็น
-->