สัมภาษณ์นักเขียน

‘ผู้หญิงขายไข่’ ประสบการณ์จริงสู่นิยายของชลันตี

บทสัมภาษณ์

“ผู้หญิงขายไข่” คือเรื่องราวความรักน่ารักของสาวไทยที่ต้องแต่งงานและ ‘ขายไข่’ ให้สูติแพทย์หนุ่ม ในขณะที่เขาตั้งใจจะเปลี่ยนภรรยาในนามคนนี้ ให้กลายเป็นภรรยาโดยแท้จริง ผลงานล่าสุดของนักเขียนมากความสามารถอย่าง “ชลันตี” ซึ่งนำประสบการณ์มาใส่ลงในนิยาย นวนิยายเรื่องนี้ไม่ได้หวานละมุน คอเมดีดีต่อใจแต่อย่างเดียว แต่ยังถ่ายทอดชีวิตของอาชีพผู้บริจาคไข่อีกด้วย

ปัจจุบันชลันตีทำงานเป็นฟรีแลนซ์ รับงานผู้เชี่ยวชาญสาขาสิทธิมนุษยชนให้กับรัฐบาลอเมริกัน และนักวิจัยด้านมนุษยวิทยาภายใต้ความร่วมมือของจีนและอเมริกัน สมัยศึกษาปริญญาตรี เธอได้เคยมีโอกาสเข้าไปดูแล Egg Donor อย่างใกล้ชิด

“ตอนสมัยเรียนปริญญาตรีที่ Yale ได้มีโอกาสรับทุนจากงานวิจัยด้านพันธุกรรมของคณะแพทย์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งการรับทุนเราจะต้องช่วยเขาทำงาน เราไม่ใช่เชื้อชาติจีน 100% เลยเป็น Egg Donor ไม่ได้ ก็ได้รับงานเป็นเคสโคดิเนเตอร์แทนเพราะซินแสประจำโครงการบอกว่าโหงวเฮ้งดูดทรัพย์ให้งานวิจัยได้ หน้าที่รับผิดชอบจะเป็นผู้คัดเลือก Egg Donor พอได้คนที่ผ่านแล้วก็ทำหน้าที่เสนอให้กับลูกค้าคือชาวจีนที่จะลงเงินในทุนวิจัย ต้องชักแม่น้ำทุกสายให้เขาให้เงิน รวมถึงต้องเป็นฝ่ายประสานงานกับหมอด้วยค่ะ

“อาชีพนี้คือความใฝ่ฝันของผู้หญิงอเมริกัน เพราะรายได้ถือว่าสูงพอควร ทุกคนตื่นเต้นอยากทำเวลานึกถึงเงิน คนสมัครเยอะมาก ผู้สมัครกว่าห้าร้อยคนหรือบางรอบหลักพัน ทั้งที่เปิดยื่นใบสมัครแค่ 1 วัน ต้องคัดคนเดียวให้เหลือ 50 คน คัดว่ามีคุณภาพระดับไหน(ตามรายละเอียดในนิยาย) แล้วถึงเรียกมาสอบ IQ EQ สอบสัมภาษณ์ แล้วถึงคัดเลือกเหลือแค่ 5 คนเพื่อส่งให้นายจ้างผู้ให้ทุน ต้องเป็นคนทำทั้งหมดทุกขั้นตอน รวมถึงต้องรู้ความรู้สึกของการฉีดยา ในส่วนนี้ทางคณะแพทย์จะสอนเราก่อนว่าต้องทำยังไงและเราก็ต้องฉีดตัวเองจริง แต่ไม่ใช่ยาจริง ที่เราต้องทำเพราะเราใกล้ชิด Egg Donor มาก เขาเชื่อเราไว้ใจเรามากกว่าพยาบาลในด้านความรู้สึกไม่ใช่ด้านทางการแพทย์ ทุกคนจะถามเราว่ากลัวไหม รู้สึกยังไง เราต้องมีคำตอบ เราจะไม่รู้เลยถ้าเราไม่ทำเองจริง ถ้าทำจริงเราจะรู้ว่าเราก้าวผ่านความกล้วนั้นได้ยังไง เราจะพาเขาก้าวผ่านด้วยได้ พอผ่านเซ็นสัญญาเรื่องเหมือนจะง่าย แต่มนุษย์ทุกคนมีความกลัว หลายคนรูเแต่แรกต้องฉีดยาเอง แต่พอจะฉีดจริงมีปัญหาฉีดไม่ได้เพราะกลัว ในส่วนนี้เราต้องจัดการเช่นกัน ต้องทำยังไงก็ได้ให้เขาฉีดได้ด้วยตัวเอง ต้องขู่ต้องปลอบ หรือบางคนทำแล้วเปลี่ยนใจจะล้มเลิก เราก็ต้องทำทุกทางให้ทั้ง 5 คนไปถึงวันขึ้นเตียงผ่าตัดเก็บไข่”

ชลันตีบอกถึงแรงบันดาลใจการเขียนนิยายเรื่องนี้ว่า “เคยเจอบทความออนไลน์ เป็นคนไทยเขียนนี่แหละ เศรษฐกิจไม่ดี ไปขายไข่อเมริกาดีกว่า หักเงินค่าวีซ่าค่าตั๋วได้เงินเป็นแสน งานง่ายๆ เงินดี เราอ่านแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ คุณไม่รู้จริงคุณไม่ควรใช้คำพูดแบบนั้น มันคือการชักนำคนให้เชื่อตาม ทั้งที่ความจริงไม่ใช่ การขายไข่ในอเมริกาไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เงินเป็นแสนหรือหลักล้านล้วนมีสิ่งที่ผู้ขายไข่ต้องจ่ายไป ทั้งต้องเสี่ยงชีวิต ไม่ได้ง่ายๆ แบบที่ใครคิด จึงตัดสินใจตั้งแต่ตอนนั้นว่าจะต้องเขียน จะต้องเล่าความจริงถึงวิถีแห่งความเป็น Egg Donor ที่แท้จริงให้ทุกคนฟัง”



ชลันตีมีผลงานกับสถาพรบุ๊คส์แล้ว 4 เรื่อง สองชาติภพ หกคู่ครอง บุปผาซ่อนพิษ ธารดอกท้อ และ ผู้หญิงขายไข่ โดย 3 เรื่องก่อนหน้าเป็นแนวจีนโบราณ ซึ่งเธอเผยว่าทั้งสองแนวต่างกันมากค่ะทั้งด้านภาษาที่ใช้และการดำเนินเรื่อง

“แนวจีนเขียนยากกว่าในด้านการดำเนินเรื่อง วางปม รวมถึงการดำเนินเรื่องคุมโทนให้เป็นจีน สิ่งที่ยากที่สุดของนิยายรักไม่ใช่การวางพลอต ไม่ใช่การหารายละเอียด แต่คือเราต้องทำยังไงก็ได้ให้คนอ่านฟินอ่านแล้วฝัน ต้องทำให้คนอ่านอยากเป็นนางเอก และอยากได้พระเอกเป็นสามี ความยากเพิ่มอีกเท่าเมื่อเราต้องการทำให้นิยายพาฝันให้อะไรกับผู้อ่านด้วยนอกเหนือจากการฝันถึงพระเอก”

เรื่องที่กำลังเขียนคือ ‘เหลี่ยมเล่ห์บัลลังก์หงส์’ ได้ไอเดียมาจากการไปทำงานวิจัยที่ชนเผ่าเซียง เป็นเรื่องของหินขาวศักดิ์สิทธิ์กับการชุบชีวิตคนตาย และเรื่อง ‘แต่งงานกี่ครั้ง...ก็ยังเป็นเธอ’ เรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับผู้หญิงขายไข่ พระเอกคือวิสัญญีแพทย์ นางเอกคือนักสิทธิมนุษยชนในอเมริกา

แฟนคลับของชลันตีอดใจรอกันอีกนิด ระหว่างรอก็ลองอ่านผลงานใหม่ล่าสุดอย่าง “ผู้หญิงขายไข่” และ “บุปผาซ่อนพิษ” 2 เรื่อง 2 รสชาติ แต่ความสนุกเต็มสิบให้ร้อย ประทับใจสุดๆ แน่นอน