สัมภาษณ์นักเขียน

“รัชทายาทจอมมาร” จาก “อี้เอ๋อร์” ความรักสามชาติของจอมมาร

บทสัมภาษณ์

“คีตา” อีกหนึ่งนักเขียนสาวที่ผันตัวจากเขียนนิยายรักมาจับงานเขียนนวนิยายจีนดูบ้างกับผลงานเรื่อง “รัชทายาทจอมมาร” โดยใช้นามปากกาว่า “อี้เอ๋อร์”

รัชทายาทจอมมารเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับจอมมารที่หลงรักมนุษย์มาถึงสองชาติภพแต่ไม่เคยสมหวังจนกระทั่งชาติที่สามนี้เอง เรื่องเริ่มจากเหยาซือเสียนองครักษ์หญิงในตำหนักอ๋องที่ประสบเคราะห์กรรมจนได้พบหยางเซิงรัชทายาทจากแดนมารซึ่งกำลังออกปราบปีศาจที่แฝงตัวอยู่ในแดนมนุษย์ เรื่องราววุ่นวายเพราะเหยาซือเสียนในอดีตชาติคือคนรักของหยางเซิง ในชาตินี้เขาจึงใช้เล่ห์กลสารพัดเพื่อให้นางรัก แต่เรื่องไม่ได้ง่ายดายเพราะยังมีปัญหากระบี่คู่แห่งเทพที่ผู้คนต่างตามหาเพื่อที่จะได้เป็นหนึ่งในสามแดน (มนุษย์ มารและสวรรค์) หยางเซิงถูกกล่าวหาว่าเป็นคนขโมยกระบี่ไปหนึ่งเล่มและอีกหนึ่งเล่มสูญหายไปเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน เรื่องราวกระบี่ผูกโยงอดีตชาติของเหยาซือเสียนเป็นทั้งความรักความแค้นไม่อาจตัดขาดออกจากกันได้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อติดตามอ่านกันในเล่มได้เลย

“ในเรื่องเป็นการจินตนาการผสมกับยุคจีนโบราณที่มีความเชื่อเรื่องเทพ ปีศาจ และมาร ว่ามีตัวตนจริงค่ะ ในการเขียนเรื่องนี้ก็มีการค้นหาข้อมูลจากหนังสือเกี่ยวกับเทพเจ้าแล้วก็ค้นหาในอินเทอร์เน็ตด้วยค่ะ โชคดีอีกหนึ่งเรื่องคือ มีพี่ที่คอยแนะนำอยู่ด้วยค่ะ การนำข้อมูลที่ได้มาส่วนใหญ่จะปรับใช้ในเรื่องของตัวละครกับแนวคิดของเรื่อง ส่วนการที่มาเริ่มเขียนนวนิยายจีนนั้นก็เพราะว่าชื่นชอบวัฒนธรรม ชอบอ่านนิยายจีน แล้วหลังๆ ดูหนัง ซีรีส์ แต่ไม่กล้าเขียนเพราะคิดว่าตัวเองยังไม่มีประสบการณ์มากพอ จนกระทั่งได้รับคำชักชวนจากพี่ที่เขียนแนวนี้อยู่แล้วให้ลองเขียน แล้วก็กลายเป็นชุด จอมใจพยัคฆ์ ตอนนั้นเขียนเรื่องวายุหงสา ที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ค่ะ” อี้เอ๋อร์เผย



แน่นอนว่าจากที่เขียนนิยายรัก แล้วหันมาเขียนนวนิยายจีนต้องปรับวิธีการเขียนพอสมควร โดยนักเขียนบอกว่า “นิยายจีนมีรายละเอียดเยอะมากค่ะ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนกระทั่งไปถึงเรื่องใหญ่ๆ เลยค่ะ ทั้งข้อมูล ภาษาที่ใช้จะมีความแตกต่างจากที่เขียนเดิมอยู่มากค่ะ ทำให้ปรับตัวทุกอย่างเลยค่ะ เรียกได้ว่าเราต้องใช้พลังลมปราณไปเกือบหมดเลยทีเดียวค่ะ”

มาพูดถึงเสน่ห์ของตัวเอกในเรื่องทั้งพระเอก นางเอกกันบ้าง อี๋เอ๋อร์บอกว่า “สำหรับนางเอกของเรื่อง คงจะเป็นความบ้าบอ ไม่คิดหน้าคิดหลังของนางถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งก็ได้ ในเรื่องเหยาซือเสียนจะแสดงความเอื้อเฟื้อช่วยเหลือผู้คนแม้ว่าตัวเองจะลำบากจนแทบเอาตัวไม่รอดอยู่แล้วก็ตามค่ะ ส่วนพระเอกหยางเซิง องค์รัชทายาทแห่งแดนมาร แม้จะเป็นฝ่ายมารแต่เขามีมุมอ่อนโยนน่าสงสาร ด้วยความที่เป็นบุตรของพระสนมอดีตองค์ราชาจอมมารทำให้หยางเซิงมีความคิดตลอดมาว่า ความรักต้องมีเพียงหนึ่งเดียว จะไม่มีทางแบ่งเป็นสองให้หญิงอื่นเหมือนที่พ่อตัวเองทำก็เลยทำให้ติดตามหานางเอกมาถึงสามชาตินั่นเองค่ะ และอีกหนึ่งตัวละครสำคัญก็คือเฟิงหู่ที่ปากร้ายแต่ใจดี คอยดูแลรัชทายาทจอมมารเพราะเคยช่วยชีวิตตอนยังเป็นบุ้งน้อยตกโคลนตมไม่สามารถขึ้นมาเองได้ แม้ปากจะบอกไม่ชอบแต่ก็คอยช่วยเหลืออยู่ตลอดไม่ยอมทิ้งไปไหนนั่นเองค่ะ”

“ส่วนเสน่ห์ของนิยายเรื่องนี้การพยายามดิ้นรนหนีตายของนางเอกและการพยายามไล่จูบคืนความจำของพระเอกค่ะ(ฮา) เนื้อหาของเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องความรักเพียงอย่างเดียวค่ะ ยังพูดถึงเรื่องความซับซ้อนทางความคิด ความดี-เลว ซึ่งไม่ว่าจะเป็นสังคมใดต่างก็มีทั้งดีและเลวปะปนกันไป อย่างเช่นพระเอกแม้จะเป็นฝ่ายมารแต่ก็มีส่วนดีอยู่บ้าง ดังนั้นชาติกำเนิดจึงไม่ใช่สิ่งที่จะตัดสินว่าเขาจะไม่ดีหรือดี การกระทำต่างหากที่จะสามารถบอกได้ว่าคนคนนั้นเป็นอย่างไร” นักเขียนเผย

สำหรับใครที่ชอบความแฟนตาซีนิดๆ บวกความฟินและความน่ารัก เชื่อว่าอ่านแล้วจะหลงรักจอมมารกันเลยล่ะ