สัมภาษณ์นักเขียน

มณีจันท์ กับนิยายรักเรื่องใหม่ "พุดพิชญา"

บทสัมภาษณ์

หากถามถึงนิยายในดวงใจ เชื่อว่าหนังสือของ ณัฐกฤตา หรือชื่อนามปากกา "มณีจันท์" คงติดอยู่ในลิสต์ของนักอ่านจำนวนมากแน่ๆ  เพราะไม่ว่าเธอเขียนนิยายเรื่องไหนออกมาก็ล้วนถูกอกถูกใจผู้อ่าน ไม่ว่าจะเป็น ทัณฑ์รักมาเฟีย พยศรักมาเฟีย พ่ายรักมาเฟีย นิราศรักร้าย ฯลฯ  และล่าสุดเธอก็ได้ออก พุดพิชญา นิยายเล่มแรกชุด บุปผารัญจวน มาให้แฟนคลับหายคิดถึง
 
"พุดพิชญา เป็นภาคแรกในชุดบุปผารัญจวน เป็นนิยายแนว Romance/Suspense ความที่นักเขียนเสพข่าวดารามานานได้ที่ เลยนึกอยากเขียนนางเอกให้เป็นดาราบ้าง แต่ถ้านางเอกรับบทนางเอกจะธรรมดาไป ต้องสร้างสีสันให้เป็นนางร้ายแทน เพื่อสื่อถึงวงการ ‘มายา’ ว่านักแสดงนั้นอาจสวมบทหลายอย่างเหมือนการสวมหัวโขน แต่ตัวตนในชีวิตจริงนอกจออาจตรงกันข้ามกับบทบาทในจอ                                 
"นางเอกในเรื่องเลยรับบทนางร้ายชื่อพุดพิชญา มีข่าวเสียหายว่าเป็นเมียน้อยเสี่ยใหญ่รายหนึ่ง แถมไม่ถูกกับลูกสาวของเสี่ยที่มีดีกรีเป็นนางเอก พอเสี่ยถูกฆาตกรรมเรื่องเลยวุ่นวายกลายเป็นคดีดัง คนสนใจทั้งประเทศเพราะข่าวฉาวว่าคนตายมีเมียน้อยเป็นดารา ประกอบกับพระเอกที่เป็นนักธุรกิจใหญ่ เคยมีข่าวอยู่ก่อนว่ากำลังคบหาอยู่กับลูกสาวเสี่ย พอเข้ามาพัวพันกับพุดพิชญา เลยกลายเป็นว่านางเอกพยายามแย่งผู้ชายคนอื่นมาทั้งแม่ทั้งลูก"
นิยายชุดใหม่ของมณีจันท์มีทั้งหมด 3 เล่ม ได้แก่ พุดพิชญา อุณากรรณ สุพรรณิการ์ โดยเธอตั้งชื่อเรื่องตามชื่อนางเอก เพราะแม่ของสามพี่น้องชื่อประยงค์ โดยทั้งสามเล่มมีความเกี่ยวเนื่องกันที่นางเอกทั้งสามคนต้องเข้าไปพัวพันกับการตายของเสี่ยแบบตั้งใจเพื่อหาตัวคนร้ายที่จะเฉลยในเล่มสุดท้าย คือ สุพรรณิการ์ แต่พลอตความรักของแต่ละคู่ และพลอตรองของเรื่องจบในเล่ม

"ซีรีส์นี้เกี่ยวเนื่องกับซีรีส์คิง ซึ่งเป็นชุดแรกของนักเขียน เขียนเถิดไปจน 5 เล่ม มีตัวละครคือ เฮียเวสหรือ พันธกานต์ อยู่ในเรื่องสุดท้ายปิดซีรีส์คิง แต่นักอ่านเรียกร้องมาว่าอยากให้เขียนเฮียเป็นพระเอกบ้าง จึงตั้งใจเขียนขึ้นมาเป็นชุดใหม่ เดินเรื่องในประเทศไทยโดยอาศัยแนวที่นักเขียนถนัด เล่นกับความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลงของมนุษย์ โดยใช้ปมฆาตกรรมในครอบครัวเป็นพลอตหลัก      
เล่มแรกอาจจะดูมีเนื้อหานิดหน่อยในตอนท้ายสำหรับท่านที่ชอบแนวเบาๆ เพราะต้องวางพื้นสำหรับเล่มถัดไป เล่มสองจะเน้นเรื่องรักมากกว่า ส่วนเล่มสามน่าจะครบรส มีสีสันที่สุดเพราะเป็นเล่มเฉลยของซีรีส์ นางเอกเป็นน้องคนสุดท้อง โดนตามใจเหลิงไปหน่อยเลยออกแนวเจ้าเล่ห์ร้ายๆ แต่ฉลาด กินเก่ง งก ทันคนครบหมด"

นิยายชุด บุปผารัญจวน เป็นนิยายหนึ่งในโพรเจกต์ 15 ปี 15 รัก โดยมณีจันท์เล่าว่าตอนที่ บก. เชิญมาร่วมโพรเจกต์เธอจะปฏิเสธ เพราะมีแผนเขียนนิยายชุดนี้กับไม่อยากเขียนเล่มเดี่ยว และชอบเขียนซีรีส์มากกว่า แต่พอ บก. บอกว่าเอานิยายชุดนี้เข้าร่วมโพรเจกต์ได้จึงลงมือเขียน
 
นักเขียนคนเก่งเล่าต่อว่าก่อนเขียนเรื่องนี้ เธอเขียนเรื่องย่อคร่าวๆ ราวสามสี่หน้ากระดาษส่งให้ สนพ. ตามหน้าที่ ซึ่งปกติไม่ได้ทำ เพราะเป็นคนไม่เคยวางเค้าโครงแบบละเอียด ตามปกติจะเขียนไว้สั้นมากๆ หนึ่งหน้าถือว่ายาวแล้วสำหรับมณีจันท์ เขียนแค่นั้นเธอจะรู้เองว่าเขียนต่อได้หรือไม่โดยมีแค่พลอตหลักในใจ แต่ไม่อยากนึกถึงรายละเอียดเพราะเวลาเขียนจะเบื่อ รู้สึกขาดความตื่นเต้น                 

เธอชอบเขียนแบบด้นสด ลงมือคิดและหาข้อมูลไปเรื่อยๆ ตามตัวละครไปตามแครักเตอร์ที่ตั้งไว้ให้เล่าเรื่องของตัวเอง วิธีนี้นักเขียนเองก็สนุกเหมือนได้ร่วมเดินทางไปกับเรื่องราวของตัวละครแบบฉากต่อฉาก แต่เธอไม่แนะนำให้มือใหม่เอาเป็นแบบอย่าง เพราะเวลารีไรต์จะค่อนข้างยาก ต้องลิสต์รายการเพื่อปิดจุดใหม่ทั้งหมดให้สมจริง โอกาสหลุดก็มีเยอะ

"ส่วนตัวเป็นนักอ่านเกือบทุกแนว แต่ไม่ชอบดราม่า เมื่อไม่ชอบจึงไม่เขียนดราม่า เลยเขียนแนวพาฝัน Contemporary นักอ่านจะอินได้เขาต้องรู้สึกว่าเข้าถึงตัวละครก่อน จะเข้าถึงได้เรื่องราวต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริง ส่วนที่พาฝันน่ะคือโพรไฟล์ของพระเอก (หัวเราะ)

"ตรรกะในนิยาย คือความสมเหตุสมผลในการดำเนินเรื่องก็สำคัญ เพราะช่วยดึงให้คนอ่านหลายกลุ่มอินต่อได้จนจบ ส่วนสำนวน บทสนทนา ความแยบยลในการวางพลอต กิมมิค และอื่นๆ คิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา แต่ละคนมีไม่เท่ากัน ขึ้นกับความรู้ ประสบการณ์และอีกหลายปัจจัย ของมณีจันท์ถือว่าธรรมดามากค่ะ                      

"เทคนิคส่วนตัวที่ใช้คือเวลาเราคุยกับใคร เราอ่านหนังสือ ดูหนัง ดูซีรีส์ เสพข่าวสารเรื่องไหนที่รู้สึกว่าสนุก เราถามตัวเองว่าทำไมถึงสนุก ก็ใช้เทคนิคที่ว่ามาปรับใช้ให้เป็นสไตล์ของตัวเองค่ะ อันนี้หมายถึงเทคนิคในการเล่าเรื่องนะ"  นักเขียนคนเก่งบอกถึงเทคนิคการเขียนของตัวเอง

ในตอนนี้มณีจันท์เขียนนิยายมา 5 ปีแล้ว เธอไม่เคยคิดว่างานนี้ลำบาก เพราะทำแล้วค่อนข้างมีความสุข มีอิสระในการทำงาน เธอจะเป็นคนไม่คิดเยอะ และเชื่อว่างานทุกอย่างต้องมีอุปสรรคหรือปัญหาบ้างเป็นธรรมชาติของมัน   

"ปัญหามีเรื่อยๆ ค่ะ อะไรที่แก้ได้ก็แก้ แก้ไม่ได้ก็ทำใจ แล้วปรับตัวใหม่ในครั้งหน้า     

"เล่มแรกๆ ถ้าตอนนี้กลับไปอ่านจะทำใจไม่ค่อยได้ อยากเผาทิ้ง (หัวเราะ) เพราะงานเขียนของเราโตขึ้น เราก็จะเห็นข้อบกพร่องในเล่มแรกๆ มากขึ้น แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่คงที่แล้วก็จะเป็นมาตรฐานของตัวเองไป คือจะดีหรือแย่กว่านี้ก็ไม่มากเท่าไหร่ค่ะ ส่วนตัวคิดว่าถึงจุดที่ว่ามาพักใหญ่แล้ว            

"แต่ปัญหาที่รู้สึกว่าทำใจยากที่สุดคือข้อมูลผิดค่ะ ผิดโดยที่เราไม่ตั้งใจคือไม่รู้ว่าผิด เพราะเข้าใจตลอดว่าแบบนี้ถูกเลยชะล่าใจไม่ค้นข้อมูลเพิ่มเติม ทำให้ส่งต่อข้อมูลผิดๆ ที่ว่าให้นักอ่านซึ่งเขาคงคิดว่านักเขียนต้องเขียนสิ่งที่ถูก ถ้าเจอเมื่อไหร่จะเครียดไปหลายวัน คิดถึงขึ้นมาเมื่อไหร่ก็เครียด ไม่ต้องมีคนมาตำหนิก็รู้สึกผิด ถ้าใครมาบอกว่าเขียนผิดตรงไหนจะซาบซึ้งใจ รู้สึกขอบคุณมาก แต่ข้อดีคือทำให้เราระวังมากขึ้นในการทำงานชิ้นต่อๆ มา         

"ปัญหารองคือนิสัยการเขียนนิยายในการเขียนโดยไม่วางแผนนั่นแหละค่ะ เลยเขียนแล้วชอบหลุดเพราะไม่ใช่คนละเอียดมาก บางทีอ่านสามรอบยังไม่รู้ตัวว่าหลุด ทุกวันนี้เลยต้องมี บก. ส่วนตัวช่วยอ่านงานให้สองท่าน ถึงงั้นก็ยังมีหลุดบ้างอยู่ดีค่ะ"                                
มณีจันท์บอกว่าเธอจะใช้ความผิดพลาดเป็นครู ไม่เขียนเรื่องที่ไม่รู้ และนับถือนักอ่านด้วยการใส่ใจในงานที่ทำ เพราะมันหมายถึงการนับถือตัวเองด้วย งานที่เขียนออกไปแล้วกลับไปแก้ไขไม่ได้ หมายความว่าถ้าเราส่งผ่านข้อมูลที่ผิด นักอ่านก็จะจำไปผิดๆ แบบนั้น ถือว่าเราบกพร่องในการทำหน้าที่สื่อ 

"ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนจากนักอ่านทุกท่านในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและในอนาคต ขอบคุณคำชี้แนะอย่างใจกว้าง คำติชม การติดตามพูดคุย และให้กำลังใจด้วยความสุภาพน่ารักตลอดมา สำหรับนักเขียนอย่างดิฉัน ถือเป็นผลตอบแทนที่น่าชื่นใจพอๆ กับหรืออาจจะยิ่งกว่าค่าตอบแทนทางลิขสิทธิ์
    
ติดตามข่าวสาร และพูดคุยกับมณีจันท์ได้ตามช่องทางด้านล่าง  
กดไลค์แฟนเพจและกดปุ่ม ‘ติดตาม/Follow’ เพื่อรับทราบความเคลื่อนไหวที่อัปเดตที่สุด     
ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และคำวิจารณ์ซึ่งท่านสละเวลามาบอกกล่าวกับดิฉันค่ะ    
E-mail : maneechan_writer@hotmail.com 
เว็บไซต์ : http://maneechanwriter.com/
แฟนเพจ : https://www.facebook.com/ManeechanPandara
เฟซบุ๊ก : https://www.facebook.com/Maneechan.Writer"