สัมภาษณ์นักเขียน

ความขัดแย้งจะยุติลงได้อย่างไร ใน คำสาปเสตาลัญฉน์

บทสัมภาษณ์


             หลังจากสถาพรบุ๊คส์ปล่อย ผู้ส่งวิญญาณ นวนิยายแฟนตาซีเล่มแรกในหมวด Dark Fantasy ออกมาให้นักอ่านลิ้มลองกันไปแล้ว ก็ออก คำสาปเสตาลัญฉน์  ตามมาติดๆ เพื่อไม่ให้นักอ่านที่ชื่นชอบแนวนี้ต้องรอนาน  โดยเรื่องนี้เป็นผลงานของ ตรีพันธ์ นักเขียนที่มีฝีมือไม่ธรรมดา

             คำสาปเสตาลัญฉน์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับชาวอุตตราศูรมองชาวเมยาดิคว่าเป็นปิศาจ ร้ายกาจ ป่าเถื่อน เลวร้าย กองกำลังเสตาลัญฉญ์จึงมีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองชาวอุตตราศูร และต่อกรกับปิศาจร้ายที่แปลงร่างได้อย่างชาวเมยาดิค

              แต่ภายใต้ความขัดแย้งนั้น...ยังมีคำสาปที่คอยบั่นทอนนักรบแห่งเสตาลัญฉญ์ คำสาปที่ว่า วันใดวันหนึ่ง คนของเสตาลัญฉญ์จะเป็นผู้ทำลายชาวอุตตราศูรเสียเอง...คำสาปของเซเทล

              เกมการเมือง แผนการของฝ่ายตรงข้าม สงคราม กำลังก่อให้เกิดเหตุการณ์สำคัญในดินแดนแห่งนี้  ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมายาวนานนี้จะจบลงเช่นไร...

              “จุดเด่นของเรื่องนี้น่าจะอยู่ที่ว่า ตัวละครหลักๆ มีความคิดความยึดมั่น ที่บ่มเพาะมาจากวัฒนธรรมและความเชื่อแต่หนหลัง พวกเขามีเป้าหมายค่อนข้างเด่นชัด แต่ก็ยังมีความขัดแย้งในใจ กระทั่งบางคนยังตั้งคำถามในความเชื่อของตัวเอง ซึ่งแม้แต่คำตอบก็ยังคลุมเครือค่ะ” ตรีพันธ์บอกถึงจุดเด่นของเรื่อง นอกจากนี้เธอยังได้ใส่สัญลักษณ์ไว้มากมาย ทั้งสีสันของเสื้อผ้า ลักษณะอาวุธ หรือแม้แต่การกระทำของตัวละครบางครั้งก็เป็นสัญลักษณ์ ส่วนจะหมายถึงอะไรคงต้องลองตีความกันดู

               ตรีพันธ์ได้เล่าถึงแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องนี้ว่า “แรกเริ่มเดิมทีแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องนี้มาจากภาพยนต์เรื่อง Van Helsing แต่หลังจากตรีพันธ์เขียนเวอร์ชันแรกจบแล้วรู้สึกว่าเรื่องลอยๆ ก็ปล่อยไว้อยู่นาน จนกระทั่งได้อ่านเจอว่า ตำนานหรือวรรณกรรมหลายๆ เรื่องที่มีอิทธิพลต่อการวัฒนธรรมประเพณีของชนชาติหนึ่งๆ เช่น รามเกียรติ์และเมอร์ลิน ล้วนมีเค้าโครงมาจากประวัติศาสตร์ เลยคิดว่าถ้าตำนานเหล่านั้นกลายเป็นเท็จเพราะประวัติศาสตร์บิดเบือนไป ชนชาติเหล่านั้นก็น่าจะมีความเชื่อต่อกันและกันผิดเพี้ยนไปด้วย ดังนั้นจึงเอาประเด็นนี้มาปรับเสริมเติมต่อโครงเรื่องเดิมที่มีอยู่แล้ว และทำให้เรื่องมีน้ำหนักมากขึ้น”

               และเนื่องจากเรื่อง คำสาปเสตาลัญจน์ มีประเด็นที่เข้มข้นในด้านความขัดแย้ง ทั้งในด้านความคิดและความเชื่อ ทั้งระหว่างชนชาติ ระหว่างบุคคล หรือแม้แต่ในตัวละครแต่ละตัว ความยากในการเขียนเรื่องนี้จึงเป็นการหาเหตุผลมารองรับการกระทำของตัวละครแต่ละตัว โดยบางครั้งเธอก็จะใส่ การกระทำให้ตัวละครก่อน เพื่อให้เนื้อเรื่องดำเนินต่อไปตามโครงเรื่องที่วางไว้ จากนั้นก็ต้องหาเหตุผลให้เขาด้วยว่าทำไมถึงต้องทำอย่างนี้

                “ตัวละครทั้งหมดล้วนมีความคิด มีเหตุผลแตกต่างกัน วิธีจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็แตกต่างกัน ถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง แต่ตัวละครทุกตัวก็มีเหตุผลของตนเอง ไม่มีใครผิดหรือถูก เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับตัวเรา ภายในตัวของเราก็มีความขัดแย้งเช่นกัน สังคมของเราก็มีความขัดแย้งทำนองเดียวกัน ดังนั้นจึงอยากให้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ เราคงบอกไม่ได้ว่าให้เปิดใจ มองดูสังคมอย่างกว้างๆ แต่หวังว่านิยายเรื่องนี้จะทำให้เราฉุกคิดขึ้นมาบ้าง ก่อนที่จะตัดสินตนเองและผู้อื่นค่ะ”

                  นอกจากจะคุยถึงเรื่องนวนิยายแล้ว เรายังได้ถามถึงนิยามของ Dark Fantasy ในมุมมองของนักเขียน ซึ่งก็ได้คำตอบที่สั้น และมองเห็นภาพได้อย่างชัดเจน "น่าจะเป็นเรื่องที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกอึมครึมขมุกขมัวมังคะ มีสถานการณ์ที่บีบเค้นอารมณ์และจิตใจของตัวละคร สำหรับตัวละครเองก็มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง ตัดสินไม่ได้ว่าดีหรือไม่ดี”

                 ได้คุยถึงนิยายเรื่องใหม่ของ ตรีพันธ์ นักเขียนหน้าใหม่ของสถาพรบุ๊คส์แล้ว อย่าลืมติดตาม คำสาปเสตาลัญจน์ หนังสือแฟนตาซีแนวใหม่เล่มนี้ และอีกสองเรื่องในหมวด Dark Fantasy ที่ได้วางแผงไปแล้ว นั่นคือ คนส่งวิญญาณ และ Night Witch รัตติกาลแม่มด