สัมภาษณ์นักเขียน

ลิ้มรสความรักของสี่สาวดอกไม้ใน รักคือเธอ โดย ลักษณะปรีชา

บทสัมภาษณ์

       รักคือเธอ คือนวนิยายซีรีส์แนวโรแมนติกคอเมดีที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสี่พี่น้องตระกูลฟาเบรกลาส โดยลักษณะปรีชา เจ้าของผลงานเขียนชุดนี้ขึ้นเพราะต้องการถ่ายทอดเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวผสมผสานความรักของครอบครัว

       นวนิยายซีรีส์ชุด “รักคือเธอ”  ประกอบด้วยนวนิยาย 4 เรื่อง ได้แก่ ล้นใจรัก เป็นเรื่องราว บุษบา ฟาเบรกลาส ที่ตกผู้ชายคนหนึ่งได้จากอุบัติเหตุที่มีสาเหตุมาจากเธอ เธอต้องดูแลชายหนุ่มหนวดเครารุงรังที่เป็นอัมพาตเพราะอุบัติเหตุให้หายเป็นปกติ เรื่องดูแลใส่ใจไม่ใช่ปัญหา ถ้า คาวี ชายอัมพาตคนนั้นจะไม่โผงผางและขวานผ่าซากให้เธอหน้าแดงอยู่ร่ำไป ว่าแต่ เธอโกรธ โมโห หรือเขินอายกันแน่นะ

        เล่มสองคือ ใจเผลอรัก เป็นเรื่องราวของ การะเกด ฟาเบรกลาส ที่พ่อคัดสรรและเฟ้นหาลูกเขยเองกับมือและยังส่งโพรไฟล์มาให้ดูแม้อยู่ห่างไกลกันคนละซีกโลก สาวดอกไม้ปรี๊ดแตก ตั้งมั่นจะหาผอสระอัวด้วยตัวเอง แต่เธอจะหาจากไหน...แฟนสักคนก็ไม่เคยผ่านมา เพื่อนผู้ชายสักคนก็ไม่เคยมี ผู้บ่าวในหมู่บ้านดงมะเฟืองก็สู้คนที่พ่อคัดมาไม่ได้ คนที่พอเข้าตาก็เห็นจะมีแต่พรรษชล เพื่อนของพี่เขย คุณหมอเด็กที่แวะมาตรวจหลานชายอยู่ทุกเดือน

         เล่มสาม รักพรางใจ เป็นเรื่องราวของ อัญชัน ฟาเบรกลาส ที่ตัดสินใจหนีออกจากบ้านเพื่อไปหารักแรกที่เชียงราย โดยมีอาร์ติสต์ตัวพ่ออย่างลีโอนาร์ดเป็นที่ปรึกษาและอาสาพาไปไร่นงพะงา ทั้งที่เขาเกลือเรียกทวด ใจเจ้ากรรมดันมองเขาน่ารัก แม้จะกวน เกรียน ปากไม่ตรงกับใจ แถมยังพูดตรงจนรับไม่ได้บ่อยๆ งานนี้ความตั้งมั่นจะไม่หาลูกเขยไปฝากคุณป๋าคงเป็นหมัน แต่เขามันคนไร้สตางค์ ที่ดินสร้างกระต๊อบก็ยังต้องผ่อน แล้วจะฝ่าด่านสามมหากับคุณป๋าได้หรือนี่

         ส่วนเล่มสุดท้ายมีชื่อเดียวกับชื่อชุดคือ รักคือเธอ เป็นเรื่องราวของสาวดอกไม้ เทียนกัลยา ที่หวังสืบเสาะหาพ่อแม่ที่แท้จริงและน้องสาวที่โดนลักพาตัว แต่แผนพังไม่เป็นท่า เธอจึงรอเวลาเติบใหญ่ให้พร้อมทั้งความรู้และความเข้มแข็ง กระนั้นต่อให้ถึงเวลาสมควร แต่คนซึ่งคอยดูแลและให้ความรัก มีหรือจะปล่อยหญิงสาวไปตามทาง กว่าเทียนกัลยาจะสดใสสมวัย เขาต้องอ่อย ต้องใช้มารยา วางแผนสารพัดแค่ไหน ยิ่งดอกเทียนเบ่งบานเผยความงามมากเท่าไร ผู้ชายซึ่งในอดีตยินดีเป็นพี่ก็ยิ่งเครียด จะรวบรัดรวบตัวก็กลัวน้องจะหนี จะค่อยๆ จีบ พี่น้องญาติมิตรก็ทำเทียนตื่นยิ่งกว่าไก่ จะมีอะไรดีไปกว่าช่วยสาวเทียนสานต่อฝัน สืบหาครอบครัวที่แท้จริง แล้วค่อยๆ เปลี่ยนสถานะจากพี่...เป็นสามี โดยทั้ง 4 เล่มนี้สามารถแยกอ่านได้

          ลักษณะปรีชาบอกว่า "หากเปรียบนักเขียนเป็นแม่ครัว นิยายทั้ง 4เรื่องก็เปรียบเสมือนแกงที่ต่างรสชาติ บางถ้วยอาจเค็มไป (ด้วยความงกของพระเอก) บางถ้วยอาจหวานปะแล่มๆ หรือบางถ้วยอาจมีรสชาติคล้ายต้มยำที่เผ็ดแซ่บ แต่ในทุกๆ ถ้วย ทุกๆ การปรุงแต่งล้วนออกมาจากใจคนทำค่ะ


           นอกจากนี้ผู้เขียนยังบอกด้วยว่า รักคือเธอ คือเล่มที่ชอบมากที่สุดในชุด  “อยากบอกว่าชอบทุกเรื่องค่ะ เพราะ 4 เรื่องก็ 4รส แต่ถ้าให้เลือกเพียงหนึ่งเดียวก็ต้องบอกว่า รักคือเธอ เล่มจบของชุด เป็นเล่มที่ตอนเขียนรู้สึกว่ามันละมุนละไมที่สุด เพราะเป็นความรักของหนุ่มสาวที่มีอายุห่างกันถึงสิบห้าปี มันอาจไม่ใช่รักแรก แต่เป็นรักที่ค่อยๆ รัก ค่อยๆ ดูแลกันมา จนก่อเกิดให้เป็นความผูกพัน โดยระหว่างนั้นก็มีความรักจากพ่อแม่พี่น้องอบอวลอยู่รอบกายด้วย” 

           พูดคุยเรื่องนิยายแล้ว ลักษณะปรีชายังแย้มพรายถึงเส้นทางการเป็นนักเขียนของเธอด้วยว่า “เพราะชอบอ่านจึงทำให้วันหนึ่งได้รู้จักเว็บเด็กดี และเปิดอ่านนิยายหลายเรื่อง จนวันหนึ่งเกิดความคิดขึ้นมาแวบหนึ่ง ว่าเราก็น่าจะแต่งได้จึงลงทำมือทันที แต่เขียนครั้งแรกเขียนไม่จบจนถอดใจ เพราะไม่มีการวางพลอต กำหนดตัวละครหรือใดๆ ทั้งสิ้น กระทั่งได้รับแรงบันดาลใจให้กลับมาเขียนนิยายอีกครั้งหนึ่ง จนเกิดเป็นลักษณะปรีชาและอีกสองนามปากกาจนถึงวันนี้ค่ะ” พร้อมยังบอกเทคนิคของตัวเองด้วยว่า “การเขียนนิยายถ้าเกิดจากใจรักและความสุข เจี๊ยบเชื่อว่างานที่ถ่ายทอดออกไปจะทำให้คนอ่านมีความสุขด้วย ในทุกๆ เรื่องที่ถ่ายทอดออกไป การเป็นนักเขียนต้องมีสิ่งเหล่านี้ติดตัว คือการช่างคิด ช่างสงสัยและช่างจดจำ ความคิดบางครั้งเหมือนขโมย มันแวบขึ้นมาแล้วเดี๋ยวก็แวบหายไป สิ่งสำคัญคือต้องรีบจดใส่สมุด หลังจากนั้นเราจะมีมุก มีข้อมูลสั้นๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดได้อีกหลายอย่างนำไปใส่ในนิยาย เพื่อให้คนอ่านได้อรรถรส” 

          สุดท้าย ลักษณะปรีชาได้ทิ้งคำแนะนำไว้เป็นข้อคิดดีๆ สำหรับนักเขียนหน้าใหม่ที่กำลังท้อกับการเขียนด้วยว่า “สำหรับคนที่ท้อ อยากให้ลองเขียนพลอตคร่าวๆ ดูก่อน ว่าจะเริ่มยังไง ดำเนินเรื่องต่อไปแบบไหน อะไรคือจุดไคลแมกซ์ และจะให้จบอย่างไร สิ่งสำคัญคืออยากให้ค้นคว้าหาข้อมูล อย่างเช่นอาชีพของตัวละคร หากอยากให้เขาเป็นอะไรก็ไปศึกษาดู พอเรารู้แล้วเราก็จะสามารถเข้าถึงตัวละครได้ง่าย ทำให้งานเขียนไปต่อได้ สิ่งสำคัญคือจดใส่กระดาษ ที่สำคัญ...ให้ทำด้วยใจรัก การทำสิ่งที่เรารักด้วยใจ เจี๊ยบเชื่อว่าผลตอบแทนที่กลับคืนย่อมเป็นสิ่งที่ดีแน่นอนค่ะ”

         ใครชอบนิยายโรแมนติกคอเมดี อ่านแล้วอมยิ้ม อารมณ์ดี ก็อยากให้หยิบนวนิยายชุด “รักคือเธอ”  มาไว้ในอ้อมใจอีกเรื่อง