สัมภาษณ์นักเขียน

ตะวันหลังเงาจันทร์…My Fair Lady ฉบับจีนโบราณ

บทสัมภาษณ์

“หากเจ้าต้องการรักษาตำแหน่งนี้ไว้ก็ไม่ควรให้ใครรู้ว่ามารดาของเจ้าเป็นเพียงสาวใช้ในจวน”

ใครเป็นคอนิยายโรแมนติก ลองมาสัมผัสอีกเรื่องราวความรัก หวานละมุนดีต่อใจภายใต้บรรยากาศจีนโบราณกับ ‘ตะวันหลังเงาจันทร์’ ผลงานของ ‘รักในเดือนสิบ’ ที่ได้รับความนิยมจากนักอ่านออนไลน์ด้วยยอดเข้าชมมากกว่า 1,000,000 ครั้ง การันตีถึงความสนุกที่นักอ่านไม่ควรพลาด

นิยายเล่าถึงยุคจีนโบราณที่การจะได้รับการยอมรับและเชิดชูในฐานะชนชั้นสูง เรื่องของชาติตระกูลเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ‘หยินเยี่ย’ ท่านอ๋องที่ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าการได้แต่งงานกับบุตรสาวขุนนางขั้นไม่สูงไม่ต่ำสักคน แต่แทนที่จะได้หญิงสาวตรงตามเงื่อนไข กลับได้เพียง ‘ฮวาเฉิน’ บุตรสาวของสาวใช้อุ่นเตียง เขาจึงคิดจะเปลี่ยนหญิงสาวที่ใช้ชีวิตในฐานะสาวใช้ที่ต่ำต้อยมาตลอดชีวิต ให้กลายเป็นหญิงสาวสูงศักดิ์ ส่วนหนึ่งก็เพื่อที่คนรอบข้างจะได้ไม่สงสัยถึงที่มาของพระชายาของตัวเอง อีกส่วนหนึ่งก็นึกอยากรู้ว่าหญิงสาวจะเปลี่ยนตัวเองได้มากสักแค่ไหน

รักในเดือนสิบ ได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากนิยายแปลเรื่อง My Fair Lady ที่เป็นเรื่องของศาสตราจารย์ที่ตั้งใจจะเปลี่ยนหญิงขายดอกไม้ข้างถนนให้กลายเป็นสุภาพสตรีชั้นสูง รวมกับเรื่องขนบธรรมเนียมของจีนโบราณ คนที่มีฐานะทางสังคมต่ำก็มันจะถูกกดขี่และดูถูกจากคนรอบข้าง เหมือนกับผิงอ๋องหยินเยี่ยที่ตั้งใจจะเปลี่ยนสาวใช้ฮวาเฉินให้กลายเป็นหญิงสาวที่เหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาของตัวเอง




ผู้เขียนบอกว่า เรื่องนี้ หยินเยี่ย กับ ฮวาเฉิน แม้ว่าจะไม่ได้เคยรู้จักกันมาก่อนแต่ก็พยายามปรับตัวเพื่อให้เข้ากันได้ ฮวาเฉินพยายามเรียนรู้เรื่องการวางตัวและสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง ส่วนหยินเยี่ยก็ใช้ความใจเย็นและความแก่ประสบการณ์ของตัวเองค่อยๆ สอนและให้โอกาสภรรยาได้ปรับตัว เป็นความรักที่เกิดจากความผูกพันที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ

“จุดเด่นของเรื่องน่าจะเป็นความฟินจิกหมอนในตอนที่พระเอกและนางเอกใช้เวลาอยู่ร่วมกัน อีกจุดในเรื่องนี้คิดว่าน่าจะอยู่ที่นิสัยของนางเอกที่ค่อนข้างจะไม่มั่นใจในตัวเองเลย อ่านแล้วอาจจะติดใจเรื่องการแสดงออกของนางเอกแรกๆ เสียหน่อย แต่ในท้ายสุดแล้วนางเอกของเรื่องจะพัฒนาได้มากแค่ไหนนั้นหรือว่าความฟินจิกหมอนนั้นจะทำหมอนกระจุยได้กี่ใบ สามารถติดตามได้ในเล่มเลย”

ภารกิจปั้นสาวใช้ให้เป็นพระชายาของ หวงหยินเยี่ย จะดีต่อใจแค่ไหน ร่วมติดตามและสัมผัสเรื่องราวความรักที่ทำให้ยิ้มจนแก้มปริกันได้แล้ววันนี้ใน ตะวันหลังเงาจันทร์ ซึ่งมีทั้งหมดสองเล่มจบ ที่ www.satapornbooks.com และร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

นอกจากนี้ รักในเดือนสิบได้ฝากถึงความสำคัญในการอ่านต้อนรับช่วงงานสัปดาห์หนังสือด้วยว่า “ส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบอ่านหนังสือเพื่อความสนุก คือเป็นการอ่านเพื่อผ่อนคลายในยามว่างมากกว่า ดังนั้นหนังสือที่อ่านส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือนิยาย โดยเฉพาะที่ชอบมากที่สุดจะเป็นนิยายแนวจีนโบราณ แต่แม้ว่าจะเป็นหนังสือประเภทอะไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้มานอกจากสมาธิที่ดีมากขึ้นแล้วยังมีในเรื่องของการวิเคราะห์ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเนื้อเรื่อง ตัวละคร สถานการณ์ภายในเนื้อเรื่อง

“อีกสิ่งหนึ่งที่นักเขียนรู้สึกว่ามีการพัฒนามากขึ้นอีกอย่างก็คือการใช้ภาษา ตัวของนักเขียนมีงานประจำทางด้าน IT ซึ่งก็น่าจะเป็นที่รู้กันว่าคนไอทีนั้นพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องสักเท่าไรนัก แต่หลังจากที่นักเขียนเริ่มอ่านนิยายเป็นจำนวนมาก ทักษะในการใช้ภาษานั้นก็ดีมากขึ้นหรือพูดง่ายๆ ว่าพูดจารู้เรื่องและฟังแล้วเข้าใจมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งการที่ได้มาเป็นนักเขียนนิยายก็ทำให้ทักษะในการใช้เลือกใช้คำนั้นเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน ในส่วนของคำศัพท์ก็สามารถใช้ได้หลากหลายและสิ่งที่สำคัญอีกอย่างที่ได้มาก็คือการใช้ภาษาได้อย่างถูกต้องตามหลักภาษา ซึ่งทั้งสองอย่างนั้นสามารถนำไปใช้กับการทำงานได้เป็นอย่างมาก

“จุดเริ่มเป็นเพียงการอ่านเพื่อความสนุกแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาทั้งทางตรงและทางอ้อมกลับเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมาย แม้ว่านักเขียนจะมีงานยุ่งมากสักแค่ไหนแต่ก็จะไม่ลืมที่จะอ่านหนังสือและเขียนนิยายให้เพิ่มขึ้นในทุกๆ วัน”