รายละเอียดหนังสือ

ชื่อหนังสือ

แอ้มรัก

ชื่อผู้ประพันธ์

เก้าแต้ม

รีวิวโดย

Gigi

รายละเอียด

หม่อมราชวงศ์กรกันต์ สุวกุล เกลียดการทำงานกับผู้หญิงเป็นที่สุด
ในสายตาเขา พวกหล่อมจู้จี้ น่ารำคาญ และรังแต่จะเป็นภาระ
แต่เมื่อวันหนึ่งคู่ปรับอย่างแพทย์หญิงอมิตตากลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง
หล่อนก็พิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่า หมอผู้หญิงก็เก่งได้ไม่แพ้ผู้ชาย
แต่มีหรือเขาจะยอมรับ ชายหนุ่มคอยจับตาหล่อนแทบทุกฝีก้าว
เพราะรู้ว่าอมิตตามีความลับซุกซ่อนอยู่
ความลับที่ว่า ทำไมหล่อนถึงลาออกกลางคัน ทั้งที่ยังเรียนไม่จบ
เหตุการณ์พลิกผันทำให้ต้องใกล้ชิด
จากที่เคยปรามาสว่าไม่ชอบทำงานกับผู้หญิง
สุดท้ายราชนิกุลหนุ่มกลับหวั่นไหวเสียเอง
แม้ไม่อยากกลืนน้ำลายตัวเอง
แต่ใบหน้าของคู่กัดกลับลอยเข้ามาในห้วงความคิดอยู่เรื่อย
ความผูกพันทำให้เขาต้องถามตัวเองอีกครั้งว่า
อยากเป็นคู่กัด หรืออยากครองคู่กับหล่อนกันแน่

ความรู้สึกหลังอ่าน

ติดตามผลงานของเก้าแต้มมาหลายเรื่อง จนมาถึงเล่มนี้ แอ้มรัก อ่านชื่อเรื่องแล้วก็ดูน่ารักมุ้งมิ้งมาก แต่เมื่อได้อ่านแล้วกลับพบว่าเป็นเรื่องค่อนข้างดราม่า แต่ก็ไม่ได้หนักมาก ยังมีอารมณ์หวานๆ อยู่หลายฉาก เพราะฉะนั้นอ่านเรื่องนี้แล้วไม่ต้องกลัวเครียดค่ะ 

เรื่องนี้ พระเอก ม.ร.ว. กรกันต์ หรือคุณชายกันต์ เป็นนายแพทย์ที่เก่ง ทุ่มเทกับงานมาก แต่ค่อนข้างมีอคติว่าผู้หญิงเรื่องมาก ทำงานไม่อดทนเท่าผู้ชาย (ปมตรงนี้ เก้าแต้มยังไม่ได้ปูพื้นฐานมากว่าเป็นเพราะอะไร) ส่วนนางเอกคือ พญ. อมิตตา หรือ คุณหมอเตย เป็นเพื่อนนักศึกษาแพทย์กับคุณชายกันต์ จริงๆ แล้วคุณชายกันต์แอบหลงรักหมอเตยมาตลอด แต่ด้วยอคติ ก็เลยคอยกลั่นแกล้งหมอเตย ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นคู่กัดคู่แข่งทางการเรียนกันมาโดยตลอด จนกระทั่งหมอเตยประสบปัญหาบางอย่าง ทำให้ต้องลาออกจากการเรียนแพทย์กลางคัน และหายไปจากชีวิตของคุณชายกันต์ ท่ามกลางข่าวลือว่าเธอตั้งครรภ์จนต้องลาออกและหนีไปต่างประเทศ ทิ้งความคาใจและความหน่วงในใจให้กับคุณหมอกันต์

แต่แล้ว ทั้งคู่ก็โคจรกลับมาเจอกันอีกครั้ง โดยหมอเตยกลับมาเมืองไทย และมาทำงานในโรงพยาบาลเดียวกับคุณชายหมอกันต์ ซึ่งทำให้คุณชายกันต์เกิดความสงสัยว่าช่วงที่หายไป หมอเตยไปไหน เธอมีปัญหาอะไร ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกดีใจที่ในที่สุดเธอสามารถเรียนจบแพทย์ และมีประสบการณ์เป็นหมอที่เชี่ยวชาญจากต่างประเทศด้วย 

คุณชายกันต์คอยจับตามองหมอเตย เข้าไปวอแวเธออยู่เสมอ พยายามแกล้งเธอเหมือนในสมัยวัยเรียน แต่ทำไปทำมา ความรู้สึกในหัวใจของเขาก็เริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกที่คอยห่วงหา ห่วงใย ความรู้สึกที่เรียกว่า ‘รัก’ และเมื่อยอมรับกับตัวเองได้แล้ว เขาก็แสดงออกอย่างชัดเจน พยายามดูแลช่วยเหลือเธอมาตลอด เมื่อได้รับรู้ว่าเธอมีลูกน้อยคนหนึ่ง คือ น้องต้นบุญ ก็ไม่ได้รังเกียจ แต่พยายามสืบค้นหาความจริงจนได้รู้ว่าเด็กน้อยคือลูกของพี่สาวหมอเตย หมอเตยถูกคุมคามจากสก็อต มาเฟียอเมริกันที่หลงรักเธอ สก็อตอ้างว่าเป็นพ่อของเด็กน้อย และสร้างเงื่อนไขกดดันให้เธอไปอยู่กับเขา เงื่อนไขอะไรต้องไปตามอ่านกันเอาเองนะคะ และท้ายสุดพระเอกของเราก็สามารถช่วยนางเอกพ้นวิกฤตในหลายๆ เรื่องมาได้ จนทั้งสองเปิดเผยความรู้สึกของตนที่มีต่อกัน แต่ก็ยังมีอุปสรรคจากหม่อมแม่ของคุณชาย ทำให้นางเอกเกือบถอดใจ แต่พระเอกของเราไม่ย่อท้อ มุ่งมั่น ให้กำลังใจนางเอก จนทั้งสองสามารถฝ่าฟันทุกอุปสรรค สามารถเปลี่ยนจากคู่กัดมาเป็นคู่ครองได้ในท้ายที่สุด

เรื่องนี้ถือได้ว่าได้รับความรู้ด้านการแพทย์ค่อนข้างมากเลย เก้าแต้มสามารถสอดแทรกสาระเข้าไปในเรื่องได้อย่างไม่น่าเบื่อ ชอบบุคลิกคุณชายกันต์ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ทุ่มเททั้งในเรื่องการงาน และเรื่องของหัวใจ ชัดเจนมาก และเป็นคนที่ฉลาด มีเหตุผล (ยกเว้นเหตุผลเรื่องไม่เชื่อในความสามารถของผู้หญิง ... ปมนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเพราะอะไร) แต่ใจจริงไม่ค่อยบุคลิกของหมอเตยนักที่พยายามจะแสดงว่าเป็นผู้หญิงเก่ง แกร่ง เท่ห์ เป็นการสร้างเกราะป้องกันจิตใจอันบอบบางของตัวเอง ทำให้บางครั้งดูเป็นคนดื้อรั้นแบบไม่มีเหตุผล เช่น ตอนที่พยายามขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาจากต่างจังหวัดตอนกลางคืน ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่สบาย ดูเป็นคนดันทุรัง โชคดีที่คุณหมอกันต์ช่างเป็นผู้ชายที่อดทนมากๆ กับความดื้อรั้นของหมอเตย มีบางจุดในเรื่องที่ดูไม่ค่อยสมเหตุสมผล เช่น หมอเตยเป็นหมอ แต่ทำไมไม่สามารถนึกถึงการตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ว่าสก็อตเป็นพ่อของน้องต้นบุญจริงหรือเปล่า แต่พอคุณชายหมอกันต์รู้เรื่อง เขาก็สามารถหาวิธีเพื่อพิสูจน์โดย DNA ได้ในทันที แต่ก็นะ..บางครั้งผงเข้าตาตัวเองอาจไม่สามารถเขี่ยออกได้ เพราะเส้นผมบังภูเขา ^^ และหากวางพล็อตให้หมอเตยคิดได้ตั้งแต่แรก พระเอกของเราก็ไม่มีบทในการพิสูจน์รักแท้สิเนอะ แม้ว่าบางฉากบางตอนอาจดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลนัก แต่ถ้ามองว่าเป็นนิยายที่อาจจะต้องมีจินตนาการที่ไม่ได้ตรงกับความเป็นจริงมากนัก โดยรวมก็ถือว่า ‘แอ้มรัก’ เป็นเรื่องที่อ่านสนุก ได้ความรู้ สาระ และความเพลิดเพลินในขณะเดียวกันค่ะ

วันที่รีวิวหนังสือ

23 ก.ย. 2561