สัมภาษณ์นักเขียน

'เพียงภวังค์รัก' จาก 'พาพราว' ความสัมพันธ์ลึกซึ้งอันซับซ้อนของพี่น้อง

บทสัมภาษณ์

"พาพราว" อีกหนึ่งสาวที่หลงเข้ามาในโลกนิยาย และได้ทำตามฝันของตนได้สำเร็จไปอีกก้าวด้วยการเห็นผลงานของตัวเองบนชั้นหนังสือ นั่นคือ “เพียงภวังค์รัก” ซึ่งเป็นนิยายเรื่องแรกที่จับปากกาเขียน

“ ‘การเป็นนักเขียน’ เหมือนเป็นอะไรที่อยู่ห่างไกลจากความเป็นจริงมากค่ะ เป็นความอยากที่เราวางเอาไว้ไกลๆ ไม่ใช่สิ่งที่จะทำในเร็ววัน จริงๆ แล้วเราอยากเขียนงานวรรณกรรมค่ะ แต่ก็ระบุได้ไม่ชัดเจนว่าแนวไหน รู้แค่อยากให้มันเป็นเหมือนบันทึกความคิดในช่วงวัยหนึ่ง ซึ่งมันคงจะต้องผ่านประสบการณ์และเวลาไปนานพอควร เราเลยไม่รีบ อยากค่อยๆ เก็บสะสมวัตถุดิบไปเรื่อยๆ ให้ได้ที่ ตอนนี้เลยใช้การเขียนนิยายฝึกภาษาและความอดทนค่ะ เพื่อที่วันหนึ่งเราจะได้เขียนงานที่เราอยากเขียนจริงๆ ค่ะ

“ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดจะเขียนนิยายเลยค่ะ แล้วก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเขียนได้ด้วยซ้ำ จนกระทั่งได้ลองเขียน จุดเริ่มต้นมาจากการที่เราฟังเพลงเพลงหนึ่ง ซึ่งเป็นเพลงที่พูดถึง ‘รักที่เป็นไปไม่ได้’ ปกติฟังเท่าไหร่ก็เพลินไปเรื่อย (เพราะเสียงนักร้องเท่มากกก... ฟังแล้วเคลิ้ม) แต่บ่ายวันนั้นฝนมันตกพรำๆ อากาศหม่นๆ แล้วคนที่อินอะไรง่ายๆ อย่างเราก็ดิ่งค่ะ ดิ่งไปกับเพลงแบบงงตัวเอง เศร้าทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องของเราเลยสักนิด พอรู้สึกมากๆ เข้าก็อยากหาที่ระบาย แล้วการเขียนนิยายก็ผุดขึ้นมาได้ยังไงไม่รู้ (เอาจริงๆ คือจำไม่ได้ว่าทำไมเลือกการเขียนนิยายเป็นตัวตายตัวแทน) รู้แต่เราจริงจังมาก คิดพลอตในหัวตลอดเวลา แต่ด้วยความที่ก่อนหน้าไม่ค่อยได้อ่านนิยายรักสักเท่าไหร่ เลยต้องใช้เวลาศึกษาประมาณนึงค่ะ ก็ไล่อ่านตามเว็บฯ ออนไลน์ พอเดาๆ แนวทางได้ หลังจากนั้นก็ตะลุยอ่านพวกคำแนะนำในการเริ่มเขียนนิยายค่ะ เสิร์ชเจออะไรก็อ่านหมด เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง มั่วไปเรื่อยจนกระทั่งออกมาเป็นนิยายเรื่องนี้ค่ะ”



“เพียงภวังค์รัก” นิยายแนวหม่นๆ ฟุ้งๆ ที่เต็มไปด้วยความรู้สึก เป็นเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้รับการอุปการะเข้ามาอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี มีพี่ชายที่รัก หากไม่เพราะเกิดเหตุการณ์หนึ่งซึ่งเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ไปในทางตรงข้าม ความรู้สึกของเด็กผู้หญิงคนนั้นก็เปลี่ยนไป เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกินของครอบครัว บวกกับพี่ชายที่เคยรักก็เปลี่ยนเป็นร้าย เลยต้องเติบโตอยู่ภายใต้แรงกดดันของความเหงาและความโดดเดี่ยว

จนกระทั่งเติบโต ความสัมพันธ์ระหว่างพี่ชายใจร้ายกับน้องสาวที่เขาไม่ชอบหน้าพัฒนาขึ้น ผ่านระยะเวลาและเหตุการณ์ต่างๆ ความรู้สึกบางอย่างระหว่างกันก็เปลี่ยนไป ทว่ามันไม่ง่าย เมื่อเขามีฐานะเป็นพี่ชายและเธอเป็นน้องสาว

พาพราวเผยถึงแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องนี้ว่า “มาจากเพลงเพลงหนึ่งค่ะ เหมือนที่กล่าวไว้ข้างต้น ส่วนประโยคที่พีกมากจนเราอยากเขียนนิยายก็คือ ‘I found love in someone like you’ แปลเป็นไทยประมาณว่า ‘ฉันได้เจอกับรักในเธอ’ คือเราสัมผัสได้ว่ามันมีมิติของความรู้สึกซ่อนอยู่ในประโยคนี้ เหมือนเป็นโมเมนต์ที่เราบังเอิญค้นพบความรู้สึกที่มีต่อคนคนหนึ่ง ความรู้สึกที่มันไม่เหมือนเดิม เป็นเศษเสี้ยวสั้นๆ ของการเปลี่ยนแปลง เป็นจังหวะเงียบๆ ที่เรารับรู้ได้ด้วยตัวเองในใจ...อะไรประมาณนี้ค่ะ เราก็เลยพยายามคิดกับมัน ตีความ แล้วก็หาวิธีที่จะเล่าความรู้สึกนี้ส่งออกไปค่ะ ก็เลยได้ ‘เพียงภวังค์รัก’ ออกมาให้อ่านกัน

“ส่วนอีกแรงผลักดันก็คือ หลังจากเขียนจบรอบแรกและได้อ่านคอมเมนต์ขอบคุณจากนักอ่านก็ทำให้ทัศนคติบางอย่างเกี่ยวกับการเขียนนิยายเปลี่ยนไปพอควรค่ะ หากใครได้อ่านเวอร์ชันแรก จะพบว่าพลอตเรื่องอ่อนเหตุและผลอยู่พอควร ฉากรักระหว่างพระ-นางก็ค่อนข้างแอดวานซ์และเกลื่อนกลาดไปหน่อย (NC กระจาย) แต่สิ่งที่ทำให้เราภูมิใจมากๆ คือคนอ่านมากกว่าครึ่งโฟกัสและให้ค่ากับปมความเหงาที่เราใส่ไว้เป็นแก่นเรื่องค่ะ รอบรีไรต์เราเลยปรับบทจนแทบจะเรียกได้ว่าเขียนใหม่เกือบทั้งหมด พยายามปรับปรุงและอุดรอยรั่ว (ใช้เวลามากกว่าตอนเขียนครั้งแรกซะอีก) ตบตีกันอยู่หลายเดือนก็ออกมาเป็นนิยายปกแดงที่ทุกคนเห็นกันอยู่นี่ค่ะ (ยิ้ม)”



ส่วนเสน่ห์ของเรื่อง นักเขียนบอกว่า "เนื่องจากเป็นนิยายเรื่องแรกของเราซึ่งค่อนข้างมือใหม่มาก ฉะนั้นจึงไม่รู้วิธีการบาลานซ์อารมณ์สักเท่าไหร่ มีแค่ไหนก็ใส่หมด อยากเล่าไปซะทุกอย่าง (แถวบ้านเรียกโลภ) เดิมทีตั้งใจวางไว้ให้เป็นนิยายดราม่า แต่พอเขียนไปเขียนมามันก็มีความผสมปนเปอื่นๆ เพิ่มเข้ามา ทั้งอีโรติก ทั้งคอมเมดี้ สุดท้ายเลยตัดสินใจเขียนกำกับไว้ในหน้าแนะนำนิยายของเว็บว่า ‘นิยายดราม่าที่เน้นฮาและหื่นจนอาจจะต้องร้องไห้และหัวเราะในตอนเดียวกัน’ ตอนที่เขียนประโยคนี้ เอาจริงๆ ก็ไม่คิดว่าจะทำได้หรอกค่ะ แค่กะเขียนให้ดูน่าสนใจ (รึเปล่าก็ไม่รู้?)

“แต่พอแต่งจบแล้วไล่อ่านคอมเมนต์จากนักอ่านก็พบว่า...เฮ้ย! ทำได้!!! มีบางคนบอกอ่านแล้วจะเป็นไบโพลาร์ บางคนบอกน้ำตาไหลอยู่ดีๆ ก็ต้องหลุดขำ บางคนบอกเป็นการเสียน้ำตาให้นิยายครั้งแรก บางคนบอกต้องอ่านในบ้านเท่านั้น บางคนต้องตื่นไปทำงานตาบวม บางคนบอกเลิกกับแฟนยังไม่ร้องเท่านี้ บางคนบอกร้องไห้ประหนึ่งหมาตายยกคลอก ...ตัดภาพมาที่เราในฐานะคนเขียน ก็ดีใจค่ะที่ทำให้หลายคนร้องไห้ได้ (ฟังดูโรคจิตนิดๆ) ดีใจที่ตัวหนังสือของเราสามารถกระทบใจคนอ่านได้ขนาดนั้น ภูมิใจอย่าบอกใคร (แล้วบอกทำไม!!!)”

นอกจากนี้ พาพราวยังพูดถึงตัวละครของเรื่องที่ทำให้นักอ่านหลงรักและเสียน้ำตาว่า "พราว นางเอกของเรื่องจะเป็นเด็กเก็บกดค่ะ เป็นเด็กผู้หญิงที่น่าสงสาร แต่เธอกลับไม่อยากให้ใครสงสาร เปราะบางแต่อยากเข้มแข็ง เป็นเหมือนคนที่พยายามจะวิ่งหนีเงาของตัวเองตลอดเวลา เธอเลยใช้ชีวิตอยู่บนความกลัวค่ะ มีภาวะไม่มั่นคงในจิตใจ เสน่ห์ที่ทำให้คนอ่านอยากเอาใจช่วยคงเป็นปมความซับซ้อนภายในใจค่ะ อยากให้ผู้หญิงคนนี้ก้าวข้ามความเศร้าของตัวเองได้สักที อะไรประมาณนี้ค่ะ

“พี่วิน พระเอกของเราเป็นคนช่างฝันค่ะ (คุณพี่เขาจะฝันบ่อยมาก ฝันอะไรไปหาคำตอบเอาในเล่มนะคะ นี่! มีหลอกล่อ) เป็นผู้ชายที่เคยร้ายและพยายามจะแก้ไขในการกระทำของตัวเองค่ะ มีความน่าสงสารตรงที่ถึงพี่จะแรดมาก แต่หลายครั้งก็นก นกบ่อยจนอยากยกให้เป็นพญานก เสน่ห์ของตัวละครตัวนี้คงเป็นความหื่นและฮาค่ะ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างชัดเจนกับความรู้สึกของตัวเองค่ะ

“อีกหนึ่งตัวละครที่เราชอบมากในฐานะคนเขียนคือ ‘ยัยวิป’ ค่ะ เป็นน้องสาวคนเล็กที่น่ารักมาก เขียนแล้วรู้สึกรักเด็กผู้หญิงคนนี้จัง”

หากชอบนิยายรักเข้มข้นดราม่า ติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์ลึกซึ้งของพี่ชายและน้องสาวคู่นี้กันได้เลยใน “เพียงภวังค์รัก”

  • 1
  • / 119