สัมภาษณ์นักเขียน

“ช่อรัก” เรื่องรักโรแมนติก-คอเมดีผสมความแซ่บไว้อย่างลงตัว โดย “นันทินี”

บทสัมภาษณ์

 

ช่อรัก ผลงานเล่มล่าสุดของ “นันทินี” เรื่องนี้เธอเปลี่ยนจากแนวโรแมนติก-ดรามาที่ถนัด มาเป็นแนวโรแมนติก-คอเมดี โดยผู้เขียนบอกว่าบรรยากาศในเรื่องนี้จะเบาๆ เน้นความล้นๆ ของนางเอก

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของ ‘ช่อรัก’ ที่โดนจับแต่งงาน เธอใช้ชีวิตอยู่กับความคลุมเครือมาสองเดือนหลังการแต่งงาน ก่อนจะตัดสินใจขอยุติชีวิตสมรสกับสามี แต่นอกจาก ‘อาทิตย์ธวัช' จะไม่ยอมหย่า ยังลากภรรยาเข้าหอ...ยันเช้า เมื่อเกมพลิก แถมความสัมพันธ์ฉันผัวเมียแน่นแฟ้นขึ้นอีกระดับ ช่อรักจึงต้องเอาจริงกับการกำจัดมือที่สามให้พ้นทาง แต่ไม่ว่างัดแผนไหนมาใช้ก็พ่ายศัตรูหัวใจไปทุกประตู คุณสามีตัวดีก็ไม่เห็นจะทุกข์ร้อน แถมยังมีความสุขดีกับชีวิตคู่

นันทินีบอกว่า ความรักของพระ-นางเรื่องนี้คือความผูกพันที่บริสุทธิ์จากวัยเด็ก จากนั้นก็พัฒนาเป็นความรักแบบหนุ่มสาว นางเอกนั้นจำเรื่องวัยเด็กไม่ได้ ส่วนพระเอกฝังใจและมีภาพที่ดีๆ ของนางเอกไว้ในใจมาตลอด

แรงบันดาลใจในการแต่งเรื่องนี้ ผู้เขียนบอกว่า “จริงๆ เรื่องนี้อยากเน้นความสัมพันธ์ในกลุ่มเพื่อนค่ะ ผลงานที่ผ่านมามักจะเน้นไปที่ความคิดและการแก้ปัญหาชีวิตรักหรือชีวิตครอบครัวจากตัวนางเอกเอง ไม่มีเพื่อนฝูงเข้ามาแชร์ เรื่องนี้อยากให้เป็นเหมือนแก๊งเพื่อนที่มาช่วยกันแก้ปัญหาชีวิตแต่งงานให้ช่อรัก ซึ่งจะได้คำแนะนำที่หลากหลาย จริงจังบ้าง ฮาบ้าง คิดว่าเป็นบรรยากาศลุ้นๆ ขำๆ ไปกับตัวนางเอกค่ะ”

บุคลิกเด่นของพระ-นางนั้น ผู้เขียนกล่าวว่า “อาทิตย์ธวัชเป็นคนหนุ่มวัยทำงานที่ถือเอาเรื่องงานเป็นหลักมาตลอดชีวิตค่ะ เป็นคนจริงจังและไม่ค่อยพูดนะคะ รักมั่นคงแต่ว่าการแสดงออกเป็นแบบผู้ชายแท้ๆ ที่ไม่ค่อยใส่ใจในรายละเอียดบางจุด มันมีผลทำให้เกิดความคลางแคลงใจในชีวิตคู่ คือบางครั้งการใช้ชีวิตคู่ต้องอาศัยความไว้ใจ เปิดใจต่อกันในระดับหนึ่ง แต่พระเอกเป็นคนที่คิดว่าเรื่องแค่นี้เองไม่น่ามีอะไร สุดท้ายมันก็ลุกลามออกไปเรื่อยๆ ต้องอาศัยความจริงใจในการแก้ปัญหาค่ะ

ส่วนช่อรักเป็นคนสดใสร่าเริง คนนอกจะมองว่าเป็นคนไม่คิดอะไรมากและพร้อมให้อภัยเสมอ ทำให้บางครั้งคนอื่นมักปฏิบัติกับนางเอกไปในทางไม่รักษาน้ำใจโดยไม่รู้ตัว เพราะนางเอกจะบอกว่า ‘ไม่เป็นไร’ อยู่ตลอด แต่เรื่องแบบนี้พอสะสมมากเข้าก็จะกลายเป็นความรู้สึกว่าตนเองไร้ค่าได้นะคะ”

ส่วนฉากประทับใจในเรื่องนี้ ผู้เขียนเผยว่า “ประทับใจฉากตอนพระ-นางตอนเด็กทุกฉากค่ะ งานของนันทินีที่พูดถึงอดีตของตัวละครสมัยเด็กส่วนมากจะเป็นประสบการณ์ของเราเอง เวลาที่เขียนเล่าเรื่องราวตอนนี้ทำให้เหมือนได้ย้อนอดีต เด็กๆ ตามชนบทมีชีวิตผูกพันกับผู้ใหญ่ในครอบครัว เช่น ถ้าพ่อแม่ไปทำงานเราก็อยู่กับปู่ย่าตายาย เวลาเล่นก็มีกันอยู่แค่ไม่กี่อย่างค่ะ ปั่นจักรยาน เล่นขายของ หรือไม่ก็ชวนกันเล่นเป็นกลุ่มเป็นแก๊ง นึกถึงแล้วมีความสุขค่ะ

นอกจากนั้นก็เป็นฉากที่เดอะแก๊งของนางเอกอยู่ด้วยกัน ชอบความเป็นเพื่อนที่ลุยไหนลุยกัน ช่วยเหลือกันตลอด แม้บางครั้งจะขัดคอกันบ้าง แซวกันบ้าง เฮฮาดีค่ะ”

นันทินีโลดแล่นอยู่ในวงการหนังสือมาแล้วเจ็ดปี เธอเล่าว่า “เคยมีคนอ่านบอกว่าชอบการวางบุคลิกของตัวละครและบทสนทนาง่ายๆ เป็นไปได้ในชีวิตจริงที่ปรากฏในนวนิยายของนันทินี นอกจากนี้ยังเล่าเรื่องเด็กได้สนุก แต่ถ้าให้มองนิยายตัวเองในมุมคนอ่าน นันทินีว่าในนวนิยายไม่ได้บอกความรู้สึกของพระเอกเลยหรือบอกก็น้อยมาก การเดินเรื่องจะบอกผ่านความรู้สึกนึกคิดของนางเอก มันทำให้เราลุ้นว่าพระเอกรักนางเอกหรือเปล่า พระเอกรู้สึกอย่างไร คิดอย่างไร ทำนองนี้ค่ะ เป็นการลุ้นไปกับตัวละครซึ่งก็น่าจะเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของผลงานนันทินี”

สุดท้ายนี้ผู้เขียนฝากไว้ว่า “เรื่องนี้ลดความจริงจังของเส้นเรื่องลงมาก ถ้าใครติดตามงานนันทินีมาตั้งแต่แรก จะจำได้เป๊ะๆ แบบสามสเตปเลย คือ เกริ่นเรื่อง พีก และ คลี่คลาย มี 3 ช่วงแค่นั้น แต่เรื่องนี้เล่าเรื่องแบบเบาๆ ปล่อยให้ค่อยๆ ไหลไปตามเหตุการณ์ มีการให้ตัวละครคุยกันเรื่องเบาๆ บ้างในกลุ่มเพื่อนนางเอก หรือการต่อปากต่อคำระหว่างพระ-นาง แล้วค่อยเปิดปมในอดีตที่มีผลต่อตัวละครในปัจจุบัน ก็ทำให้อ่านสนุกได้รสชาติครบค่ะ

นิยายอาจเป็นความบันเทิงรูปแบบหนึ่งที่ทำให้เรามีความสุข แต่ผู้เขียนคิดว่าควรมีข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ แทรกไว้บ้างเป็นสารจากคนเขียนถึงคนอ่าน อย่างเช่นเรื่องของการใช้ชีวิตคู่ มีคำพูดว่า ‘รัก’ นั้นยังไม่พอ แต่ยังมีปัจจัยอย่างอื่น เช่นการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ก็เป็นเรื่องสำคัญมากที่จะช่วยประคับประคองชีวิตแต่งงานให้ผ่านอุปสรรคไปได้

ขอฝากผลงานที่เต็มไปด้วยความสุขและแฝงแง่คิดเล็กๆ น้อยๆ ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจแฟนๆ สถาพรบุ๊คส์ด้วยนะคะ”

นักอ่านสามารถหาซื้อนวนิยายเรื่อง ช่อรัก โดย นันทินี ได้แล้วที่ www.satapornbooks.com และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

 

  • 4
  • / 135