สัมภาษณ์นักเขียน

'มัลลิกา' ความสนุกจากปลายปากกา สู่ความบันเทิงบนจอแก้ว

บทสัมภาษณ์

          ปฏิเสธไม่ได้ว่า มัลลิกา คือนักเขียนในดวงใจของนักอ่านหลายๆ ท่าน ด้วยงานเขียนที่เป็นเอกลักษณ์และเนื้อเรื่องถูกอกถูกใจของนักอ่านจำนวนมาก  อีกทั้งผลงานเรื่อง สะใภ้สายลับ ของเธอยังถูกนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 ที่ตอนนี้กำลังโลดแล่นสร้างความบันเทิงใจให้แก่ผู้ชมและได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง
 
        มัลลิกา เป็นข้าราชการอยู่ที่กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม แต่ด้วยความขยัน เธอจะใช้เวลาในช่วงกลางคืนเขียนนิยาย และตอนนี้เธอมีผลงานเป็นเล่มออกมาทั้งหมด 14 เรื่อง และเรื่อง สะใภ้สายลับ เป็นเรื่องที่ได้รับเสียงตอบรับดีมาก ยอดพิมพ์ครั้งแรกมากกว่าทุกเล่มที่เคยเขียนมา หนังสือวางแผงได้สองสัปดาห์ก็ได้พิมพ์ซ้ำ วางแผงได้สองเดือนก็ได้ขายลิสิทธิ์ให้ทางช่อง ขายได้สองเดือนก็เปิดกล้อง
 
        "ตอนแรกที่รู้ว่าช่องสนใจ ดีใจจนกรี๊ดเลยค่ะ เพราะเป็นคนชอบดูทีวีมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนี้ก็ดูทุกวัน ถ้าอยู่บ้านจะเปิดทีวีทิ้งไว้ตลอด มันจึงเกินความดีใจ และยิ่งกว่าความฝันอีกค่ะ พอขายลิขสิทธิ์ให้ช่องแล้ว ก็ติดตามการถ่ายทำมาตลอด พอปิดกล้องก็รออย่างจดจ่อจนได้ออนแอร์วันที่ 27 มีนาคม มันรู้สึกโล่งค่ะ เหมือนการรอคอยสิ้นสุดลง มะลิจะได้พิสูจน์ตัวเองว่ามีดี มัลลิกาก็เช่นกันค่ะ" นักเขียนคนเก่งเผยความรู้สึก
 
        เธอบอกว่าได้ติดตามดูละครทุกตอน และคิดว่าในละครแตกต่างจากในนิยายพอสมควรในเรื่องของรายละเอียดปลีกย่อย ส่วนโครงเรื่องหลักๆ และตัวละครสำคัญยังอยู่กันครบถ้วน ซึ่งความแตกต่างตรงนี้เธอรับได้และไม่ได้ติดใจอะไร เพราะเข้าใจมานานแล้วว่าการทำละครมีจุดที่ทำได้และทำไม่ได้ ละครกับนิยายเหมือนกันลำบาก ขอแค่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงช่วยให้ละครสนุกขึ้นก็พอแล้ว และสิ่งที่คนเขียนบทเติมเข้าไปช่วยให้เรื่องสนุกและตื่นเต้นขึ้น
 
          "ปกติเป็นคนไม่คาดหวังกับอะไร เพราะเป็นคนกลัวความผิดหวัง ดังนั้นเมื่อไม่หวัง ไม่ว่าจะออกมายังไงก็สมหวังค่ะ แต่สำหรับละคร สะใภ้สายลับ พอใจมากค่ะ ละครทำออกมาสนุกและแซ่บมาก น้องแคทแสดงได้ดี ผิดหูผิดตา เฟิสท์ก็เป็นผู้พิพากษาที่สง่างาม แม้ละครจะแรงไปบ้างในบางจุด แต่ก็เข้าใจว่าเพราะเป็นละคร เวลาคุยกับใครทุกคนก็บอกว่าสนุก แค่นี้คนสร้างงานก็ยิ้มแก้มปริแล้วค่ะ"
 
          มัลลิกาได้แรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องนี้มาจากเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเก่ง สวยและน่ารักเหมือนมะลิ ตอนได้รู้จักภาพของมะลิก็ผุดขึ้นในใจทันที จากนั้นเธอก็นำเรื่องรอบๆ ตัวมาสร้างเค้าโครงเรื่องไว้คร่าวๆ
 
        "เค้าโครงเรื่องมาจากรอบๆ ตัวมัลลิกานี่แหละคะ เพราะทำงานอยู่กระทรวงยุติธรรม ได้เจอผู้พิพากษาบ่อย ผู้บังคับบัญชาก็เป็นผู้พิพากษาหลายคน ประทับใจในความใจดีและสง่างามของพวกท่าน จึงนำมาเป็นตัวหลักในเรื่อง ส่วนตัวนางเอกก็คือความฝันของมัลลิกา เธอเก่ง เธอน่ารัก เธอมั่นใจ และเธอยึดมั่นในความรัก แถมเธอยังเป็นคนสุพรรณด้วย เธอเป็นตำรวจเพราะบ้านมัลลิกาอยู่ใกล้โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน มัลลิกาหยิบสิ่งเล่านี้มาเขียนเค้าโครงเรื่อง โดยอยากให้เป็นนิยายคอเมดี แล้วอะไรจะสนุกเท่าเรื่องของแม่ผัวลูกสะใภ้ไม่มีอีกแล้ว สะใภ้สายลับ จึงเกิดขึ้นมาค่ะ"
 
          แต่ใช่ว่าการเขียนเรื่องนี้จะไหลลื่น ไร้อุปสรรค ปัญหาในการทำงานแทบทุกเรื่องของมัลลิกาคือไม่ค่อยมีเวลา เนื่องจากเธอต้องทำงานประจำด้วย ทำให้เขียนงานค่อนข้างช้า แต่ช่วงที่เขียน สะใภ้สายลับ  อีกทั้งยังอยากสัมภาษณ์ผู้พิพากษาเพื่อหาข้อมูลในการเขียน
 
        "ก่อนเขียนอยากคุยกับผู้พิพากษาสักคน อยากรู้ทัศนคติและเรื่องราวลึกๆ ในวงการตุลาการ จึงถามเพื่อนๆ ว่าใครมีญาติเป็นผู้พิพากษาบ้าง ขอสัมภาษณ์หน่อย ตอนนั้นก็ได้พี่ซ่อนกลิ่นช่วยค่ะ พี่เขาแนะนำให้รู้จักกับแฟนคลับคนหนึ่งชื่อพี่หญิง พี่เขามีญาติเป็นผู้พิพากษา มัลลิกาจึงได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้พิพากษาก่อนเขียนงานค่ะ ซึ่งตรงนี้ต้องขอบคุณพี่ๆ ทุกท่านมากค่ะ"
 
        นอกจากนี้ เธอยังเผยว่าเทคนิคในการเขียนไม่มีอะไรมาก ส่วนใหญ่เขียนเพราะอยากเขียน เขียนเพราะชอบเขียนก็เท่านั้น แต่มีขั้นตอนในการเขียนค่อนข้างเยอะ คือเริ่มด้วยการหาพลอตเรื่องที่จะเขียน หาตัวละครและแครักเตอร์ ตั้งชื่อเรื่อง ลงมือเขียนโครงเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ จากนั้นนำโครงเรื่องมาเขียนเป็นตอนๆ ตั้งแต่ตอนแรกจนตอนสุดท้าย พอทุกอย่างพร้อมแล้วจึงลงมือเขียนให้เป็นนิยาย โดยเขียนตามโครงเรื่องที่วางไว้ แต่มีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม
 
        "การเขียนนิยายไม่ยากเท่ากับการเขียนนิยายให้จบ นักเขียนหน้าใหม่แรงบันดาลใจไม่แรงพอ เขียนไปสักพักก็หมดไฟ ทำให้เขียนนิยายไม่จบ ในฐานะคนเขียนนิยาย ต้องบอกว่าอย่าหยุดเขียน เขียนไปเถอะ เขียนทุกวัน เดี๋ยวมันจบเอง ถ้าคิดไม่ออกก็เริ่มเขียนจากสิ่งรอบตัวก่อน รู้อะไรมากก็เขียนเรื่องนั้น มะลิถึงเป็นตำรวจอยู่สุพรรณบุรี ส่วนปารวีเป็นผู้พิพากษา เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งใกล้ตัวของมัลลิกา และในฐานะนักวิเคราะห์นโยบายและแผน อยากบอกว่า Input เท่ากับ Output ถ้าคุณอยากเขียนนิยาย คุณก็ต้องอ่านนิยายด้วย เพราะถ้าไม่มี Input แล้ว Output จะเกิดได้ยังไง ขออวยพรให้ทุกคนสมหวังในสิ่งที่ตั้งใจ"  
 
          ใครที่ดูละครแล้วยังไม่จุใจ ลองหยิบ สะใภ้สายลับ ฉบับหนังสือขึ้นมาอ่าน แล้วจะได้รับอรรถรสความสนุกไปอีกแบบ และอย่าพลาดผลงานเรื่องใหม่ของมัลลิกา กุหลาบกามเทพ ซึ่งเป็นเรื่องราวของฝาแฝดที่ชอบสลับตัวกันทำให้เกิดเรื่องยุ่งๆ ตามมาทั้งแค้นทั้งรักจากพิมพ์คำสำนักพิมพ์ เร็วๆ นี้

  • 72
  • / 88