สัมภาษณ์นักเขียน

ข้ามเวลามาพบรักอันเป็นนิรันดร์ ใน บันทึกรักข้ามเวลา โดย เฟิ่งเหม่ยหลิง

บทสัมภาษณ์

บันทึกรักข้ามเวลา คือผลงานแนวจีนโบราณย้อนเวลา โดย เฟิ่งเหม่ยหลิง นักเขียนไทยเชื้อสายจีนที่คลุกคลีอยู่กับหนังสือและหนังจีนมาตั้งแต่เด็กๆ บอกว่าการเขียนนิยายแนวจีนโบราณเป็นความท้าทายของนักเขียนทุกคน
“ การเขียนนิยายจีนเราต้องศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมดั้งเดิมของเขา ซึ่งคนไทยเรามีข้อมูลที่แปลไทยน้อยมากๆ ดังนั้นนักเขียนจึงต้องค้นหาข้อมูลและทำงานกันอย่างหนักกว่าที่ทุกคนเข้าใจ เพื่อให้ได้นิยายที่ถูกต้องและครบถ้วนในหนึ่งเล่ม ดังนั้นจึงเป็นความยากและเป็นสิ่งท้าทายบทหนึ่งของนักเขียนทุกๆ คนที่ได้จับงานเขียนนิยายแนวจีนโบราณ”

เฟิ่งเหม่ยหลิง เล่าว่า บันทึกรักข้ามเวลา เป็นเรื่องของซูหลิน หญิงสาวในยุคปัจจุบันที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ในยุคเฟิงโบราณ แต่เธอโดนแฟนบอกเลิกและประสบอุบัติเหตุรถชนจนเสียชีวิตก่อนจะได้ยินคำกล่าวสุดท้ายของคนรัก ส่วนวิญญาณได้ย้อนเวลามาอยู่ในยุคสมัยเฟิงโบราณที่หญิงสาวรู้จักเป็นอย่างดี เธอจึงมีความคิดที่อยากช่วยฮ่องเต้หมิงหยางเฟิ่งผู้ถูกลอบปลงพระชนม์ในศึกต้าจิ๋น ศึกครั้งใหญ่ที่ยังไม่ได้เกิดขึ้น ในยุคนั้นซูหลินได้เจอชายหนุ่มพ่อค้าเร่ต่างแคว้นที่มีใบหน้าเหมือนแฟนเก่าในยุคก่อนทำให้หญิงสาวต้องต่อสู้กับเรื่องราวของการเมืองในราชสำนักและต่อสู้กับความรู้สึกในหัวใจของตัวเองที่มีต่อบุรุษหน้าเหมือนผู้นั้น เรื่อง บันทึกรักข้ามเวลา จึงมีทั้งเรื่องความรัก สงครามและการชิงไหวชิงพริบของหญิงสาวในวังหลวง โดยผู้เขียนได้ถ่ายทอดให้เห็นมุมมองความรักในหลายมุมมองผ่านเรื่องราวของคู่รักหลายคู่เพราะความรักที่แท้จริงมิได้ประกอบเพียงความสุข แต่ประกอบจากความเข้าใจ ความรักที่มิได้หวังผลตอบแทนหรือความรักที่ประคับประคองกันในถนนสายหนึ่งที่แสนหนักอึ้ง บันทึกรักข้ามเวลา จึงมีผู้อ่านหลายคนให้ความเห็นไว้ว่าเป็นนิยายที่มีครบทุกรสชาติ ทั้งสุข เศร้า เหงา ซึ้ง และสมเหตุสมผลในความรู้สึกของคนที่ผ่านความรักมาจริงๆ ไม่ได้เกิดขึ้นและจบลงอย่างรวดเร็ว
  "นิยายเรื่องนี้ไม่ได้เน้นความรักที่สุขล้นหรือรักที่เกิดความรักมากมายขึ้นอย่างฉับพลันและฉาบฉวย แต่คือรักที่มีเหตุผลค่อยๆ เกิดแทรกซึมในใจ เป็นความรักที่อาศัยเวลาและค่อยเป็นค่อยไป เหมือนคู่รักที่ฝ่าฟันทุกอุปสรรคไปด้วยกัน ได้เห็นหลากหลายด้านของความรักและมุมมองของตัวละครซึ่งค่อยๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ผู้อ่านจะได้เห็นความรัก มิตรภาพและเรื่องราวในวังหลวงที่มีการแก่งแย่งชิงดี คนดีคนเลวในเนื้อเรื่องที่มีปะปนกันไปในชีวิตจริง ผู้อ่านหลายๆท่านเลยมีความรู้สึกผูกพันกับตัวละครในเรื่องนี้กันอย่างมาก


ส่วนแรงบันดาลใจ เฟิ่งเหม่ยหลิงบอกว่า “แรงบันดาลใจในการเขียนนิยายเรื่องนี้จริงๆ คือแฟนเก่าค่ะ เหม่ยมีความรักเจ็บปวดจริงๆ ทำให้ตอนเขียนนิยายเรื่องนี้มันออกมาจากความรู้สึกเจ็บปวดในใจลึกๆ ตอนนั้นพอเหม่ยกลับมาได้สติหลังจากฟูมฟายอยู่หลายเดือนคำถามมากมายเลยประดังประเดเข้ามา เพราะสิ่งที่ยากกว่าการลืมคือการเริ่มต้นความรักอีกครั้ง เพราะเราไม่ต้องการกลับไปเจ็บปวดแบบนั้นอีก เลยคิดว่าอยากลองจับงานเขียนที่ทำให้คนอื่นๆ เข้าใจความรู้สึกส่วนนั้นจริงๆ ขึ้นมา การก้าวผ่านความเจ็บปวดในใจเพื่อได้รับความรักที่แท้จริง เช่นคำหนึ่งในนิยาย 'หากยังเก็บอดีตไว้ในมือฉันคงไขว่คว้าอนาคตสดใสไม่ได้' ”

นิยายเรื่องนี้ได้รับการโพสต์ลงบนบนเว็บไซต์ Dek-D และได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากนักอ่านออนไลน์ จน ติดอันดับที่หนึ่งในหมวดอดีต ปัจจุบัน อนาคต ผู้เขียนบอกว่า “ครั้งแรกที่ลงเรื่อง บันทึกรักข้ามเวลา ในเด็กดีทุกคนจะพูดทำนองเดียวกันว่า ร้องไห้ได้ตั้งแต่บทนำและสนุกไปกับการเติบโตของตัวละคร ทำให้เดือนแรกของการลงนิยาย บันทึกรักข้ามเวลา สามารถติดชาร์ตอันดับในเด็กดีได้เลย และไต่ขึ้นมาอันดับหนึ่งได้ภายในระยะเวลาเพียงชั่วครู่ นักอ่านส่วนมากจะชอบที่ บันทึกรักข้ามเวลา ไม่ได้เป็นนิยายเชิงรักได้ง่ายเลิกได้ง่าย ตัดความรู้สึกเร็วจี๋แต่คือนิยายที่เขียนในเชิงความรู้สึกของคนที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนั้นจริงๆ เพราะคนเรารักกันมาหลายปีให้เลิกโดยไม่รู้สึกอะไรในสองสามวันคงเป็นไปไม่ได้แน่ๆ แต่นิยายเรื่องนี้ไม่ได้มีแต่เรื่องความรักแต่จะเป็นเรื่องชิงไหวชิงพริบของตัวละครสองตัวที่ย้อนเวลามาสู้กัน ทำให้ต่างคนต้องต่างเก่งกาจกันทั้งคู่ นิยายเลยมีมากกว่าเรื่องความรัก เรียกว่ามีครบทุกรสชาติเสมือนอาหารที่ถูกปรุงมาครบรสแล้ว หลายความเห็นของผู้อ่านจึงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มีครบทุกรสชาติเลยจริงๆ”
 
เฟิ่งเหม่ยหลิงบอกต่อว่า นิยายเรื่องนี้ได้วางพลอตไว้ทั้งหมด 4 ภาคหลักและอาจมีภาคย่อยๆ จากเนื้อเรื่องหลักอีก ซึ่งจะไม่เรียงไทม์ไลน์ของเนื้อเรื่อง เปิดให้ผู้อ่านจับจุดและเรียงช่วงเวลาของแต่ละเล่มเอง และเรื่อง บันทึกองค์หญิงจำเป็น ฉบับรีไรต์ที่ตอนนี้ได้โพสต์ลงในเว็บไซต์เล่าถึงเรื่องราวของฮ่องเต้หมิงหยางเฟิ่งในสมัยเป็นองค์รัชทายาทแคว้นจินซึ่งจะเปิดปมทั้งหมดของความรักที่ผ่านมาที่หลายๆ คนสงสัย และจะมีผลงานต่อให้เดากันเล่นๆ ว่าคือเรื่องของใคร
 
“ขอฝากนักอ่านทุกท่านว่าบางครั้งเรื่องราวของความรักอาจไม่ได้จบอย่างสุขล้นอย่างใจคิด แต่ความรักสามารถจบลงอย่างงดงามและชวนคิดถึง อาจประกอบด้วยความสุขและทุกข์ ซึ่งความคิดถึงนี้เองทำให้ความรักสมบูรณ์แบบจนเป็นนิรันด์ได้ มิใช่เพียงตำนานหรือเรื่องราวจารึกในประวัติศาสตร์ เช่นที่อ่านแล้วตอนจบเป็นอย่างไรก็จะเป็นเช่นนั้นไปตลอดกาล” เฟิ่งเหม่ยหลิงทิ้งท้าย

ใครชื่นชอบนิยายรักแนวจีนโบราณ บันทึกรักข้ามเวลา เป็นอีกเรื่องที่ควรค่าแก่การลิ้มลองอย่างยิ่ง

  • 28
  • / 81