สัมภาษณ์นักเขียน

นิลปัทม์ กับนิยายรักชวนปวดใจ “เดือนล้อมดาว”

บทสัมภาษณ์

จากการเขียนเป็นงานอดิเรก วันนี้ ‘ยุ้ย’ หรือ ‘นิลปัทม์’ สาวน้อยวัย 21 ปี ได้พานวนิยายแนวโรแมนติก-ดราม่า เรื่อง ‘เดือนล้อมดาว’ ติดอันดับ 1 ใน 20 ของนิยายทุกหมวด และติดอันดับ 1 หมวดดราม่าของเว็บไซต์ Dek-D และในที่สุดก็ออกมาเป็นรูปเล่มสู่สายตานักอ่านทั่วประเทศ โดยเธอบอกว่าถือเป็นเรื่อง ‘สุดยอด’ สุดๆ บนเส้นทางนักเขียนของเธอแล้ว

“ความจริงเขียนนิยายลงเว็บ Dek-D มาได้ 4 ปีแล้วค่ะ แต่เขียนนิยายเป็นงานอดิเรก เขียนแบบมาๆ หายๆ ไม่ได้จริงจังอะไร แต่ก็จบนะคะ แต่กว่าเรื่องแรกจะจบนี่ประมาณ 4 ปีได้ (หัวเราะ) เพิ่งมาเริ่มจริงจังตอนเขียนเรื่องเดือนล้อมดาว เห็นมีคนติดตามเยอะ มีคอมเมนต์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากที่เป็นคนขี้เกียจ มันเลยต้องกดดันตัวเองโดยอัตโนมัติว่าเราต้องเขียนนะ มีคนรออ่านอยู่”

เดือนล้อมดาว เป็นเรื่องราวที่ความสัมพันธ์ของพระ-นางเริ่มต้นจากการเป็นเพื่อนเล่นในวัยเด็ก...
กลินท์ พี่ชายข้างบ้าน ผู้คอยดูแลเอาใจใส่ดาว ลูกสาวนอกสมรสของเจ้าสัวใหญ่ กลินท์เปรียบเหมือนโลกทั้งใบของดาว ในวันที่ไม่มีใคร ดาวก็มีกลินท์อยู่เคียงข้างตลอด แต่ดาวมักถูกเดือน พี่สาวต่างแม่และแม่เลี้ยงขัดขวางไม่ให้ไปยุ่งกับกลินท์จนเธอเริ่มห่างเหินกับเขาไปเรื่อยๆ 
กลินท์ไปเรียนต่อต่างประเทศพร้อมกับฐานะคู่หมั้นคู่หมายของเดือน แล้วกลับมาเจอกับดาวอีกครั้ง แต่เขากลับมองดาวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเพราะเข้าใจว่าดาวคือคนที่ชักจูงให้เดือนรู้จักสนิทสนมกับธนานพจนก่อเกิดเป็นสัมพันธ์ที่เกินเลยกว่าคนรู้จักทั่วไป 

ความเข้าใจผิดของกลินท์ที่มีต่อดาวทำให้เขาเกลียดชังเธอและใช้เธอแก้แค้นไทม์อยู่หลายครั้ง จนกระทั่งวันที่ดาวมีผู้ชายคนอีกคนเดินเข้ามามีตัวตนเป็นคนรักในชีวิต กลินท์ก็เริ่มสะกิดใจในความรู้สึกของตัวเอง แต่กว่าจะเขาจะรู้ตัวว่ารักผู้หญิงคนนี้มาตั้งนานแล้ว ทุกอย่างก็สายเกินไป สายจนเกือบจะกลับไปเริ่มต้นใหม่กับเธอไม่ได้

นิลปัทม์ ได้เกิดคำถามก่อนที่จะพลอตเรื่องนี้ว่า ถ้าผู้ชายที่เคยดีกับเรามาโดยตลอดร้ายใส่เราล่ะ มันจะเป็นอย่างไร ด้วยคำถามนี้ นิยายเรื่องเดือนล้อมดาวจึงถือกำเนิดขึ้นมา 
“เคยอ่านนิยายมาหลายเรื่องนะคะ เป็นคนชอบอ่านนิยายที่พระเอกกับนางเอกมีความผูกพันต่อกันในอดีตมากๆ เพราะรู้สึกว่ามันโรแมนติก มันลึกซึ้งแบบที่ไม่มีอะไรน่ากังขาเลยว่าทำไมนางเอกจะต้องรักพระเอก ทำไมพระเอกจะต้องรู้สึกอย่างนั้นกับนางเอก มันไม่ใช่ความรู้สึกฉาบฉวยที่นึกจะเกิดก็เกิด” 
เพราะฉะนั้นฉากที่นิลปัทม์ชอบในเรื่องจึงเป็นทุกฉากที่กลินท์อยู่กับดาวในตอนเด็ก เพราะเขียนแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจมากๆ
“ฉากที่ชอบที่สุดคือฉากที่ดาววิ่งตามรถของพี่กลินท์ก่อนที่พี่กลินท์จะไปเรียนต่อที่อังกฤษ มันแสดงให้เห็นถึงความผูกพันลึกซึ้งในวัยเด็กอันเป็นจุดเริ่มต้นของความรักระหว่างพระ-นาง อ้อ อีกฉากที่ชื่นชอบ คือฉากที่พี่กลินท์หนีออกจากโรงพยาบาลมานั่งตากแดดอยู่หน้าบ้านของดาว แล้วเจอเข้ากับคุณพ่อของน้องดาว ก่อนจะถูกพ่อของตัวเองมาลากกลับโรงพยาบาล บอกได้เลยว่าฉากนี้คือฉากที่พระเอกสำนึกผิดและเจ็บปวดแบบสุดๆ เขายอมแล้ว เขายอมทุกอย่าง ขอแค่มีผู้หญิงคนนี้เคียงข้างกาย ขอแค่ให้ได้โอกาสชดใช้ความผิดทุกอย่างที่เคยทำไว้กับนางเอก จะให้เขาทำอะไร เขาก็พร้อมจะทำทั้งนั้น”
และผู้เขียนยังได้เน้นหนักเรื่องกฎแห่งกรรม ใครเคยทำกรรมอะไรเอาไว้ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง และกลินท์ พระเอกเรื่องนี้ก็สมควรจะได้รับผลกรรมที่ก่อไว้ 

“กรรมที่เขาได้รับไม่ได้มาจากเรื่องเหนือธรรมชาติอย่างที่เราทุกคนเชื่อกันเลย มันเกิดมาจากการกระทำที่เขาได้ทำไว้กับนางเอกนั่นแหละ...ถ้าเราไม่ทำแบบนี้ แล้วเรื่องอย่างนี้มันจะเกิดขึ้นไหม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น...คนเราย่อมผิดพลาดได้เสมอ แต่พอผิดพลาดแล้ว จะต้องรู้จักเรียนรู้และแก้ไข และใช่ว่าคนเลวจะไม่มีโอกาสได้กลับตัวกลับใจเป็นคนดี เมื่อได้รับโอกาส ก็ควรจะไขว่คว้าเอาไว้และพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าเขาสำนึกผิดแล้วจริงๆ”
แม้นิลปัทม์จะเดินทางบนเส้นทางนักเขียนมาหลายปี แต่สำหรับเรื่องนี้ยังรู้สึกว่าเขียนยากมาก 

“กว่าจะได้เล่มนี้มา น้ำตาของนักเขียนแทบจะไหลเป็นสายเลือด ปกติจะชอบอ่านนิยายรักโรแมนติกสบายๆ กุ๊กกิ๊ก น่ารักๆ แต่ทำไมถึงเขียนนิยายได้ดราม่าขนาดนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน ฮ่าๆๆๆ ยอมรับว่าเขียนไป อินไป อินถึงขนาดน้ำตาไหลเองเลย มีรีดเดอร์ท้วงหลายคนว่าหน่วงมาก นักเขียนก็กลัวนักอ่านจะรับไม่ไหว แต่โทนเรื่องมันมาทางนี้แล้วก็เลยต้องดราม่าต่อไป  แล้วค่อยไปหวานในตอนท้ายเรื่องกับตอนพิเศษแทน ต้องบอกก่อนว่านิยายเรื่องนี้มีการรีไรต์เนื้อเรื่องตอนใกล้จบใหม่ด้วย ระดับความยากจึงอยู่ที่การเขียนเนื้อหาใหม่ให้สมเหตุสมผลมากที่สุด ไม่ให้นักอ่านไม่รู้สึกขัดใจ พอผ่านพ้นมาได้นี่โล่งมากเลยค่ะ แอบภูมิใจเล็กๆ ที่เราสามารถจบเรื่องได้แบบสวยงาม”
นอกจากนี้ นิลปัทม์ยังได้บอกถึงความสนุกในการเขียนว่าอยู่ที่ได้เขียนเหตุการณ์ที่มันไม่ได้เกิดขึ้นในชีวิตจริง ท้าทายที่จะต้องคิดหาทางลงให้กับทุกตัวละครอย่างสมเหตุสมผลให้ได้ 
“ชอบเวลาที่ต้องบรรยายความรู้สึกนึกคิดของตัวละคร คิดหาเหตุผลมาสนับสนุนความรู้สึกนั้นๆ ให้ได้มากที่สุด บทสนทนาของทุกตัวละครมันคือสิ่งที่บ่งบอกถึงตัวตนและบุคลิกของตัวละครตัวนั้น การสร้างตัวละครให้นักอ่านเปลี่ยนจากเกลียดมาเป็นสงสารได้ เป็นอะไรที่ท้าทายและสนุกมากๆ เลย เพราะเหมือนเราประสบความสำเร็จในการดึงผู้อ่านให้มีอารมณ์ร่วมและอินไปกับนิยายของเรา”
ซึ่งความสนุกจากการเขียนนั้นก็ได้ถูกส่งต่อจน เดือนล้อมดาว ได้เป็นนิยายในดวงใจของนักอ่านมากมาย

----------------

ติดต่อสอบถามและสั่งซื้อหนังสือ
Add Auto : line.me/ti/p/~@satapornbooks
ติดตาม Satapornbooks ได้ที่นี่
♥ Website : http://www.satapornbooks.com
♥ Instagram : Satapornbooks
♥ Facebook : https://www.facebook.com/Satapornbooksfan/ 
♥ Youtube :  https://www.youtube.com/user/satapornbooks   

  • 17
  • / 81