สัมภาษณ์นักเขียน

จิบชาพูดคุย ‘ไป๋ชิงหง’ และ ‘ชลันตี’ สองสาวนักเขียนนวนิยายแนวจีนโบราณ

บทสัมภาษณ์

         ท่ามกลางกระแสนิยายจีนที่กำลังมาแรง ไป๋ชิงหง และ ชลันตี คือสองสาวนักเขียนที่ลุกมาจับปากกาเขียนนวนิยายแนวนี้ด้วยความชื่นชอบ และเผยแพร่ผลงานบนโลกออนไลน์ในชื่อ ‘จารใจ’ และ ‘สองชาติภพ หกคู่ครอง’ จนถึงวันนี้พวกเธอก็ได้ทำตามฝัน เมื่อผลงานจินตนาการถูกนำมารวบรวมออกมาในรูปแบบหนังสือ กับสำนักพิมพ์ Princess สำนักพิมพ์ในเครือสถาพรบุ๊คส์ ครั้งนี้ เราขอพานักอ่านไปพูดคุยกับนักเขียนทั้งสอง ถึงแรงบันดาลใจและเทคนิคในการเขียนนวนิยายแนวจีนโบราณ ซึ่งทั้งสองได้เผยแบบหมดเปลือกเลยทีเดียว

ไป๋ชิงหง เจ้าของผลงาน จารใจ

        ไป๋ชิงหง คือนักเขียนนวนิยายหน้าใหม่ที่ฝีมือไม่ธรรมดา ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาหนึ่ง ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ และเพราะเป็นคนที่มีความต้องการอ่านไม่สิ้นสุด จึงได้ลงมือเขียน และยิ่งเขียนก็ยิ่งอ่าน

        “เพราะชอบอ่านจึงอยากเขียนค่ะ และเพราะไป๋ถือคติที่ว่าตัวเองคือนักอ่านคนแรกของตัวเอง เพราะฉะนั้นนิยายหรืออะไรก็ตามแต่ที่ไป๋เขียน นั่นคือสิ่งที่ไป๋ต้องการจริงๆ หลังๆ มาจึงไม่ได้สนใจเรื่องอันดับในเว็บ หรืออ่านนิยายของใครเลย ชีวิตจมอยู่กับกองหนังสือที่เอามาอ้างอิงซะมากกว่า ยิ่งศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ก็ยิ่งรู้สึกสนุก ตลอดระยะเวลาในการเขียนนิยายเรื่องหนึ่งไป๋จึงเขียนได้ทุกวันค่ะ”




จารใจ นิยายเรื่องแรกที่เขียนจบและได้ตีพิมพ์


             'ครั้งหนึ่งนางเคยรัก จนกระทำเรื่องโง่งม ครั้งหนึ่งเขาเคยละเลย จนเสียคนที่รักยิ่งไป'

            ไป๋ชิงหง เล่าถึงนิยายเรื่องนี้ว่า “จารใจ เป็นนิยายที่มีเนื้อหาเชิงอุดมคติ เรื่องราวของบุรุษและสตรีที่เกิดความเข้าใจผิด ผลของความไม่ไว้ใจ ผลของการปิดบัง ทำให้ต้องพลัดพราก มาชาตินี้ก็เหมือนการแก้ไขความรู้สึกที่ฝังรากลึกในจิตวิญญาณของทั้งสอง

            พอมาถึงชาติใหม่ อ้างอิงในช่วงราชวงศ์ถังค่ะ นางเอกของเราเป็นลูกแม่ทัพ มองโลกเป็นโลกในอุดมคติมาโดยตลอด มีความคิดซุกซน เนื้อเรื่องจะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนมุมมองของนางเอกที่มีต่อโลกไปเรื่อยๆ ทั้งเรื่องสังคม การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เป็นนิยายรักที่อยากแทรกแง่คิดและมุมมองหลายๆ อย่างลงไปน่ะค่ะ บางเรื่องก็ใช้ได้จริง บางเรื่องก็ไกลตัวไปบ้าง

           “ส่วนพระเอกของเราเป็นคนที่มองโลกในแง่ของความเป็นจริง เป็นผู้ชายในยุคโบราณที่ยังถือว่า สตรีควรได้รับการปกป้องจากบุรุษ แบ่งแยกความรัก หน้าที่ และความกตัญญูชัดเจน มีความมั่นคง”

            ผู้เขียนชอบอ่านนวนิยายจีนทุกแนว และเล่นเกมจีน เพราะเคยพบเจอประสบการณ์ไม่ดีเกี่ยวกับงานเขียนมาก่อนเลยโดนยุให้เขียน จึงเริ่มเขียนนวนิยายที่มีแง่คิดในบางมุม ไม่ได้เน้นเรื่องราวความรักจนเกินไป “แรกๆ ก็มีนักอ่านหลายคนบอกว่าน่าเบื่อ แต่สำหรับไป๋ที่คิดตอนแรกคืออยากจะเขียนเก็บไว้เตือนใจตัวเอง ชื่อตอนแต่ละตอนจึงเป็นชื่อคำคม สำนวน สุภาษิต และกลยุทธ์ในการศึกของจีนค่ะ”

            จากคนที่ไม่ชอบหนังสือสังคมประวัติศาสตร์วัฒนธรรมจีน เมื่อมาจับปากกาเขียนก็จำเป็นต้องค้นคว้า และเริ่มใช้หอสมุดของมหาวิทยาลัยอย่างคุ้มค่าที่สุด

            “ห้องสมุดมีเกือบทุกอย่าง ตอนแรกๆ จะหายากหน่อย หนังสือเคยดองเอาไว้จนเสียค่าปรับบาน หลังๆ มาก็มีแอบซื้อเก็บบ้าง ทั้งเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี หรือความเชื่อ มีฝึกภาษาจีนบ้าง แต่ยังไม่ถึงไหนค่ะ เพราะมันต้องใช้เวลาเลยพับโครงการไว้ เรื่องไหนที่ไป๋สนใจก็จะถ่ายเอกสารไว้ บางอย่างก็ค้นมาจากหนังสือแปลที่ชอบ บางอย่างก็ขอความช่วยเหลือจากคนที่มีความรู้ทางโบราณคดี บางทีก็ต้องค้นเป็นภาษาอังกฤษ ข้อมูลมีทั้งของไทย ของจีน และภาษาอังกฤษ แต่ที่จริงแล้วสิ่งที่จะเอามาใช้ก็คือส่วนที่สังเคราะห์จากข้อมูลมากมายที่กองอยู่ค่ะ ตั้งใจยิ่งกว่าทำงานวิจัยเสียอีก”

นามปากกา ไป๋ชิงหง หลังจากได้ลงมือเขียนก็นำเรื่องไปโพสต์ลงเว็บไซต์ Dek-D และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากนักอ่าน
 
           “สำหรับไป๋ เท่าที่พบเจอมาก็มีทุกเพศทุกวัย เพราะเนื้อหาเรื่องจารใจไม่ใช่นิยายรักทั่วไป เป็นนิยายรักแปลกๆ ก็มีบ้างที่นักอ่านมักจะบอกว่า จะเอาไปให้ลูกให้หลานอ่าน ไป๋ก็ไม่รู้เค้าพูดจริงพูดเล่น แต่คนที่ชื่นชอบโดยมากจะอยู่ในช่วงวัยผู้ใหญ่แล้วค่ะ ช่วงแรกๆ ที่ลง มีคนทักท้วงมาเยอะในหลายเรื่อง บางคนคอมเมนต์มาเป็นหน้ากระดาษเอสี่ ไป๋จึงต้องหาข้อมูลเพิ่ม และรับส่วนนั้นมาปรับปรุง ช่วงนั้นมีหลายคนอยากให้รวมเล่ม ไป๋ก็ไม่สามารถรับปากได้ค่ะ จนได้รับโอกาสจากทางสถาพร แล้วได้ตีพิมพ์นี่แหละค่ะ ไม่อย่างนั้นแล้วนิยายเรื่องนี้คงไม่ได้เผยแพร่ในแบบรูปเล่มแน่นอนค่ะ” 

สารจาก ไป๋ชิงหง ถึงนักอ่าน

          “คนมีสุขทุกข์อยู่รวมจำพราก จันทร์มีมืดสว่างกลมแหว่งเว้า เรื่องราวยากสมบูรณ์พร้อม...คำนี้เป็นคำที่มีนักอ่านคอมเมนต์ให้ไป๋ในช่วงแรกๆ ที่เขียนจารใจ ซึ่งเป็นสัจธรรมของโลกนี้ นิยายของไป๋อาจจะไม่ได้ดีเลิศ หรืออาจจะไม่ได้ถูกใจทุกคน หากมีข้อผิดพลาดก็ขอน้อมรับไปปรับปรุง หากเป็นคำชมไป๋ก็ขอรับด้วยใจ หากว่าเรื่องต่อไปมีโอกาสได้ตีพิมพ์ ไป๋ขอจะนำคำติชมทั้งหลายไปปรับปรุงให้มันดียิ่งขึ้นค่ะ สุดท้ายที่ต้องบอกว่าขอบคุณ และ รักนะคะ”
 


ชลันตี เจ้าของผลงาน สองชาติภพ หกคู่ครอง


          ชลันตี คือนักวิจัยด้านมนุษยวิทยาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา วัย 26 ปี ที่มีความฝัน และเลือกที่จะร้อยเรียงความฝันเหล่านั้นออกมาเป็นตัวอักษร และจากงานที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในส่วนของทวีปเอเชีย ซึ่งกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มองค์กรที่ได้ทำงานร่วมด้วยคือประเทศจีน ทำให้มีโอกาสได้สัมผัสและรับรู้ถึงวิถีชีวิตชาวจีน รวมถึงขนบธรรมเนียมแล้วก็ประวัติศาตร์ พร้อมทั้งส่วนตัวก็ชอบเรื่องพวกนี้ด้วย

          “เพราะชอบดูหนังจีนมากถึงขนาดเคยใฝ่ฝันว่าอยากเป็นองค์หญิงในยุคจีนโบราณ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ เลยทำสิ่งที่เป็นไปได้ขึ้นมาโดยสร้างเรื่องราวที่เราเป็นผู้กำหนดขึ้นมา   นอกจากจะเป็นการเติมเต็มความฝัน นิยายจีนยังเปรียบเหมือนบันทึกช่วงเวลาหนึ่งในชีวิต ว่าเราได้ทำงานมาถึงจุดนี้ อยากบันทึกเรื่องราวมากมายที่ได้รู้มาถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษร บอกเล่าผ่านตัวละครในนิยาย”



จากภาพที่เห็นสู่นวนิยายจีนโบราณ สองชาติภพ หกคู่ครอง 

           นวนิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งถือกำเนิดมาพร้อมกับชะตาหกคู่ครอง และรอยแดงที่นิ้วก้อยหกวง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลมาจากอดีตชาติ ที่นางได้มีความเกี่ยวพันกับบุรุษทั้งหกคนผู้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี   ด้วยผลของกรรม วาสนา และคำสาบานในอดีต ส่งผลสืบเนื่องมาถึงปัจจุบันชาติ นำพาให้เกิดเรื่องราวของการถอดถอนพันธะคำสาบาน และเดินทางย้อนคืนสู่อดีตอันเป็นจุดเริ่มต้นที่นำมาสู่ปัจจุบัน ร่วมถึงเดินทางสู่อดีตชาติที่มีร่วมกับสามีคนสุดท้าย ซึ่งเป็นสามีผู้ที่ทำให้นางจบชีวิตลงในชาตินั้น โดยทุกสิ่งล้วนแล้วมาจากพิธีกรรมที่ว่า โลหิตผูกชะตา ด้ายแดงร่วมวาสนา

            สำหรับแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องนี้ ผู้เขียนเล่าว่า “เมื่อช่วงต้นปี ได้เดินทางไปทำงานที่จีนและมองโกล ระหว่างนั่งรถไฟข้ามผ่านรอยต่อสองดินแดง บังเอิญว่ามีคู่รักกำลังถ่าย Pre-Wedding กันอยู่ โดยที่ผู้หญิงสวมชุดมองโกล ผู้ชายสวมชุดชาวฮั่น เป็นภาพที่เห็นแล้วสวยงามมากจนเกิดเป็นความประทับใจ และกลายมาเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้แต่งนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาค่ะ"

            การเขียนนวนิยายแนวนี้เป็นความท้าทายและค่อนข้างยากสำหรับชลันตี ทั้งการหาข้อมูล การเทียบหน่วยที่ไม่คุ้นเคย ทั้งวัฒนธรรมที่แตกต่าง และข้อมูลส่วนใหญ่ได้มาจากงานที่ทำ “ข้อมูลส่วนใหญ่ได้มาจากงานที่ทำค่ะ เช่นจากฝั่งมองโกลนี่คือได้ความรู้มาตอนไปอยู่มองโกล ก็ถามกับคนท้องถิ่นที่นั้น ศึกษาสังเกตว่าเขามีวิถีชีวิตยังไง ส่วนของจีนก็ใช้วิธีเดียวกัน อยู่ในสถานที่นั้น มีวิถีชีวิตแบบนั้น สังเกต รวบรวมข้อมูล อะไรที่สงสัยก็ถามจากเพื่อนร่วมงานที่เป็นนักประวัติศาสตร์จีน แล้วก็ถามจากคนเก่าแก่ท้องถิ่น ซึ่งคนเหล่านี้จะมีความรู้เรื่องราวในอดีตเยอะมากๆ แล้วเขาก็ยินดีแบ่งปันเพราะเหมือนกับตัวเขาเองก็ได้ย้อนกลับคืนสู่ความงดงามในอดีตด้วยเหมือนกัน”

            ชลันตีเล่าให้ฟังถึงเสียงตอบรับจากนักอ่านออนไลน์ด้วยว่า “ส่วนใหญ่จะสงสารชะตากรรมนางเอกในอดีตค่ะ อย่างตอนนี้ในอินเทอร์เนตลงถึงช่วงคู่วาสนาคนที่หกซึ่งคือคนที่ทำให้นางเอกจบชีวิต ก็ส่วนใหญ่จะด่าอดีตสามี แต่ทุกคนก็ติดตามเพราะอยากรู้ต้นสายปลายเหตุว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถึงทำให้มันกลายมาเป็นความแค้นข้ามชาติ"

สารจากชลันตีถึงนักอ่าน
 
             “ขอบคุณทุกคนที่สนใจและติดตามค่ะ นิยายเรื่องนี้หลักๆไม่ใช่เรื่องของการแก้แค้น แต่เป็นเรื่องของการตัดสินใจว่าจะปล่อยให้ชีวิตมีความสุขกับปัจจุบัน หรือกดตัวเองไว้กับความทุกข์ในอดีตที่มันผ่านไปแล้ว ในนี้ก็มีสอดแทรกข้อคิดดีๆ หวังว่าอย่างน้อยข้อคิดเหล่านี้จะช่วยเป็นแนวทางในการตัดสินใจให้กับใครหลายคน ที่อาจกำลังตกอยู่ในจุดที่ต้องตัดสินใจเหมือนกับตัวนางเอกค่ะ เรื่องนี้เป็นนิยายแนวจีนโบราณเรื่องแรก ขอฝากทุกคนด้วยนะคะ”



             จบลงไปแล้วกับการจิบชาพูดคุยกับสองนักเขียน นักอ่านที่กำลังมองหานวนิยายแนวจีนโบราณ ก็รับ จารใจ และ สองชาติภพ หกคู่ครอง 2 เรื่อง 2 รสชาติ ไปไว้ในอ้อมใจกันอีกสักเล่ม

 

  • 19
  • / 88