สัมภาษณ์นักเขียน

แบ่งเวลาเขียนฉบับนักศึกษา...ฉบับนับลักษณ์

บทสัมภาษณ์

‘นับลักษณ์’ คือนามปากกาของ ‘จุ๊บแจง’ นักเขียนหน้าใหม่มากความฝัน ที่เพิ่งคลอดนวนิยายรัก อย่าง “ซ่อนรักบำเรอใจ” ที่บอกเล่าเรื่องราวของพ่อเลี้ยงหนุ่มที่เคยได้รับความเจ็บปวดจากพิษรัก กับดีไซเนอร์สาวที่หลงรักเขาที่เพิ่งรู้จักกันได้เพียงแค่ไม่นาน รักจนยอมรับข้อเสนอตำแหน่ง 'นางบำเรอ' ของเขา การที่เธอยินยอมทำแบบนี้จะคุ้มไหมที่ยอมแลก มีแต่เธอเท่านั้นที่ตอบได้

นับลักษณ์ เป็นคนที่ชอบอ่านนิยายมากและอ่านทุกแนว จนรู้สึกตัวว่าอยากมีงานเขียนเป็นของตัวเองสักเรื่อง พอคิดได้ดังนี้ก็ตัดสินใจเริ่มแต่งนิยายเรื่องแรก ตอน ม.5 “ช่วงนั้นมีเวลาว่างพอสมควรค่ะ แต่เพราะเป็นเรื่องแรก จับทางงานเขียนตัวเองไม่ได้เรียกได้ว่าเริ่มงานเขียนแบบงูๆ ปลาๆ เลยค่ะ แต่เพราะมีกำลังใจจากคนอ่านที่เข้ามาติดตามให้คำแนะนำและเพื่อนสนิทที่เป็นคอนิยายด้วยกัน จึงดันทุรังแต่งต่อไปพร้อมกับการแก้งานเขียนตรงจุดที่ได้รับคำติชมมา ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ค่ะ ช่วงนี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงพัฒนาตัวเองเลยค่ะ

“พอจับทางงานเขียนของตัวเองได้ดันมาติดสอบเข้ามหา’ลัยเสียก่อน ต้องทุ่มเวลาให้กับการอ่านหนังสือเตรียมสอบ พอสอบเสร็จกำลังใจในการเขียนก็หดหายหมดค่ะ เรื่องแรกนี่เกือบจะได้เก็บเข้าไหดองแล้วค่ะ แต่ช่วงนั้นได้กลับมาอ่านงานเขียนของพี่นักเขียนท่านหนึ่งจนรู้สึกกลับมามีกำลังใจในการเขียนนิยายอีกครั้ง รอจนถึงช่วงจบ ม.6 เลยค่ะ เพราะช่วงที่กำลังรอมหา’ลัยเปิดเทอม จะมีเวลาว่างเยอะมากค่ะ หลายเดือนเลยทีเดียว พอได้จังหวะนี้ก็ทุ่มเวลาที่มีให้กับการแต่งนิยายจนมาเป็น ‘นับลักษณ์’ ทุกวันนี้ค่ะ”
ปัจจุบันนับลักษณ์ศึกษาอยู่ปี 2 มหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง ทั้งเรียนหนัก และกิจกรรมเยอะ แต่เธอก็จัดสรรเวลาอย่างดีเพื่อเขียนนิยาย

“ต้องบอกเลยว่าไม่ได้เขียนนิยายทุกวันค่ะ แต่จะมีเป้าหมายไว้ว่าจะต้องเขียนนิยายวันไหนบ้าง ภายในหนึ่งอาทิตย์จะเขียนนิยายอยู่สักสามสี่วันได้ค่ะ เพราะช่วงที่เริ่มงานเขียนจริงจังก็เข้ามาเป็นเฟรชชี่ในมหา’ลัยแล้ว ทั้งเรียนทั้งกิจกรรมเยอะมากๆ ค่ะ ดังนั้นการแบ่งเวลาเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ อย่างตัวแจงเองก็จะแบ่งเวลาให้กับการเรียนเป็นหลักค่ะ เพราะตารางเป็นอะไรที่แน่นอนมากๆ เราจะรู้ว่าเวลานี้ในวันนี้เราจะต้องทำอะไร เรียนวิชาไหน ดังนั้นการแบ่งเวลามาเขียนนิยายจะขึ้นอยู่กับตารางเรียนเป็นหลัก ส่วนกิจกรรมก็จะเข้ามาเสริมในช่วงวันเป็นอะไรที่ไม่แน่นอนเลยค่ะ อันนี้ตัวแจงจะสังเกตค่ะว่าส่วนมากกิจกรรมที่เราต้องทำนั้นจะได้ทำในช่วงเวลาไหน ตัวแจงเองจะไม่เขียนนิยายหลังทำกิจกรรมค่ะ เพราะจะรู้สึกว่าเหนื่อย หมดแรง ไม่เหมาะจะมาเขียนนิยายมากๆ เลย ดังนั้นเวลาที่แบ่งให้การเขียนนิยายจะเป็นช่วงก่อนไปทำกิจกรรมค่ะ หรือระหว่างรอเรียนวิชาต่อไปค่ะ ซึ่งตรงนี้เด็กมหา’ลัย ต้องมีเวลาเว้นว่างระหว่างวิชาอย่างน้อยก็ 1 ชั่วโมงได้เลย ในวันหนึ่งแจงเองก็จะใช้เวลาในการแต่งนิยายอยู่สักราวๆ สองชั่วโมงครึ่ง ถ้าวันนั้นอัดแน่นจริงๆ จะอยู่สักเกือบๆ หนึ่งชั่วโมง เวลาเขียนนิยายจะเบนความสนใจของตัวเองไปจากนิยายเลยค่ะ ถ้าทำได้เราจะเขียนงานได้เร็วมากๆ เลยนะ ที่สำคัญแจงไม่เคยกดดันตัวเองในการแต่งนิยาย เขียนได้แค่ไหนก็เอาเท่านั้นค่ะ”

สำหรับนักอยากเขียนที่มักมีข้ออ้างที่ว่า “อยากเขียนแต่ไม่มีเวลา” นับลักษณ์มีความเห็นว่า “ ‘ไม่คิดว่าไม่จริงเลยค่ะ’ เพราะมั่นใจมากๆ ว่าในหนึ่งวันเราต้องมีเวลาว่างแน่นอนอย่างน้อยก็สักหนึ่งชั่วโมงหรือสองชั่วโมงได้ค่ะ (เวลาเท่านี้แต่งได้หลายหน้าเลยนะคะ) แต่กลับคิดว่าการไม่มีเวลาเขียนนิยายนั้นน่าจะขึ้นอยู่กับตัวเราเองในตอนนั้นว่าเราพร้อมที่จะเขียนมากแค่ไหน ห้วงอารมณ์เรานั้นอยู่ในหมวดหมู่ไหนมากกว่าค่ะ”

นับลักษณ์มีผลงานตีพิมพ์มาแล้วทั้งหมดสามเรื่อง ล่าสุดคือซ่อนรักบำเรอใจ ใช้เวลาเขียนทั้งหมด 4 เดือนกว่าๆ และใช้เวลาวางพล็อตสองสัปดาห์กว่า “ที่มาของซ่อนรักบำเรอใจมาจากความคิดบ้าๆ ของตัวแจงเองที่อยากเห็นความรักของคนคู่หนึ่งที่มีใจให้แก่กันแต่ปากหนักทั้งคู่ อยากจะรู้ว่าหากเป็นเช่นนี้แล้วความรักนั้นจะออกมาในรูปแบบไหนค่ะ ดึงห้วงอารมณ์ของความอยากแก้แค้นและอยากพักหัวใจขึ้นมาเป็นหลักเพื่อให้ทั้งคู่ได้เจอกัน เลือกให้เรื่องเกิดขึ้นที่ภาคเหนือบรรยากาศดีๆ (ช่วงนั้นคนเขียนบ้าปลูกต้นไม้มากค่ะ อยากมีไร่เป็นของตัวเอง จึงได้ทำการยกไร่ให้พระเอกไป) แต่เหนือสิ่งอื่นใดความรักครั้งนี้นอกจากปากแข็งกันแล้วต้องมีอุปสรรคค่ะ จัดให้ในหลายๆ รูปแบบเลย เพื่อพิสูจน์ความรักของทั้งคู่”

นักอยากเขียนจัดตารางแบ่งเวลาว่างมาเขียนกันได้แล้ว และอย่าพลาดร่วมลุ้นกับเรื่องราวความรักที่มีเงื่อนไขมาเกี่ยวกับใน ซ่อนรักบำเรอใจ กันดู

  • 7
  • / 86