ราชันบุปผาไหว้ศพ

ตอนที่ 9 บทที่ ๘ คำโกหกที่เชื่อมกับความจริง

บทที่ ๘


คำโกหกที่เชื่อมกับความจริง


 


อรัญญิกนั่งเหม่อมองตึกรามบ้านช่องตัดกับท้องฟ้านอกประตูกระจกในโรงพยาบาล
หลังจากที่ศรีออกไปซื้ออะไรให้นางทาน และทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลแล้ว


แอ๊ด


ท่านพิกุล?อรัญญิกแปลกใจที่เห็นอีกฝ่ายมาหาตนอีก
ดวงตาที่ฉายความยโสนั้นมองมาอย่างดูแคลน
ริมฝีปากสีแดงสดประหนึ่งเลือดขยับเอื้อนเอ่ย


 คนที่ทำร้ายเจ้าแท้จริงแล้วเป็นนังทหารรัสเซียนั่นล่ะสิ


 อรัญญิกตกใจนิดหน่อยที่อีกฝ่ายรู้เรื่องนี้
“…ทราบได้อย่างไรเจ้าคะ?


เฮอะ อีพวกนายิกาชั้นสูงนั่นสาระแนทุกเรื่อง
มีรึที่ข้าจะมิได้ยินมันพูด
? ยิ่งนังพินทุยิ่งแล้วใหญ่พิกุลหมั่นไส้คนที่ถูกกล่าวถึงจนพูดกระแทกเสียง
อันที่จริงก็เป็นนิสัยนางอยู่แล้ว หญิงสาวถักผมเปียเดี่ยวเลยรู้สึกเฉย ๆ


น่าอายจริงเชียว ข้าเป็นถึงรองนายิกา
แต่กลับพ่ายกับศัตรูง่าย ๆ
นางว่า
หลบสายตาที่กำลังจิกมองมาทางตนเอง
สมควรแล้วเจ้าค่ะที่ท่านจะมาเวทนาข้า


เจ้าหนอนแมลงยั้วเยี้ยเช่นเจ้าจะแพ้ก็หาได้แปลก


จริง ๆ แล้วอรัญญิกก็รู้สึกแย่มากนะ แม้ว่าจะชินกับพิกุลแล้วก็ตาม
แต่โดนพูดตำหนิขนาดนี้ก็เล่นเอานางใจเสียมากโขอยู่
ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ทำเพียงยิ้มบาง ๆ เหมือนไม่คิดมาก


หลังจากพิกุลพูดจบแล้วก็เดินออกจากห้อง
เสียงส้นรองเท้าบู้ทสูงหลายนิ้วดังเบา ๆ ยามกระทบกับพื้น
ราวกับตอกย้ำความรู้สึกของอรัญญิก
ความจริงที่อีกฝ่ายมาหานางเพื่อสมเพชเป็นเรื่องที่เลวร้ายอย่างบอกไม่ถูก


สมแล้วที่เป็นท่านพิกุล


 


        วันอังคารที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ..๒๕๕๙     


ที่รักครับ ผมรู้สึกปวดตรงนี้มากเลย
นวดให้หน่อยนะครับ


อย่ามาสำออย
ได้ยินว่าหนีออกมาตอนที่เจอกับศัตรูไม่ใช่รึไง
?


พงสณะที่แสร้งทำเป็นไม่มีเรี่ยวแรงตัวอ่อนงอ
ทำทีจะเจ็บจะตายให้ศรีเห็นอย่างน่าหมั่นไส้ ร้องโอดโอยอยู่พักใหญ่
ศรีฟาดมืออีกฝ่ายที่ยื่นมาเหมือนจะหาที่พึ่งอย่างไม่ปรานี พงสณะที่โดนเข้าไปก็แกล้งทำเป็นบีบน้ำตา
เห็นแล้วน่าตบกบาลเข้าให้สักที


ตอนนี้ทั้งสองคนมาอยู่ที่เรือนของอรัญญิก
ระหว่างทางที่มาศรีสังเกตว่าที่มิติผกายมีต้นไม้ขึ้นเยอะอยู่
และบ้านหลายหลังก็สร้างตามแบบแผนคนสมัยก่อน แต่ส่วนใหญ่จะทำด้วยปูนกระเบื้องตามยุคปัจจุบัน
และมีหลายคนแต่งชุดไทยแบบประยุกต์
อย่างชุดนักเรียนบางแห่งจะนุ่งผ้าซิ่นกับเสื้อของรัฐบาล (ผู้หญิง
มัธยมต้นก็ปกกะลาสีเรือ มัธยมปลายก็เป็นแขนเสื้อจับจีบโปร่งคลายแขนตุ๊กตา
ผ่าหน้าติดกระดุม) ศรีอดคิดไม่ได้ว่าถ้ามิติสามัญแต่งแบบนี้บ้างก็คงจะดีมิใช่น้อย


ให้ตายสิ ฉันเกลียดเธอจริง
กลับไปบ้านอย่าโผล่มาให้เห็นเชียว
จะเอาน้ำมันที่ทอดปลาทูตอนเย็นมาสาดใส่หน้าให้รู้แล้วรู้รอด


ศรีที่นั่งห่างจากพงสณะไม่ต่ำกว่ายี่สิบสี่เซนติเมตรเริ่มเขยิบถอยหนีอีก
ระหว่างนั้นอรัญญิกก็เดินเข้ามาจากทางด้านหนึ่ง เหลือบมองพงสณะอย่างหนักใจเหมือนมีเรื่องบางอย่างอยากพูด
ซึ่งเรื่องที่ว่านั่นจะให้ศรีรู้ไม่ได้


เจ้าจะกลับเลยไหม?ศรีที่นั่งตบตีกับพงสณะมองอรัญญิก
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า


ค่ะ นี่ก็ดึกแล้ว เอ๋?!


ศรีตระหนักถึงเรื่องผิดปรกติได้ ถ้านับเวลาจากตอนที่เธอมาจนถึงตอนนี้
ก็ไม่น่าเกินหนึ่งวัน แต่ท้องฟ้าที่เห็นอยู่ตอนนี้กลับเป็นสีคราม


เดี๋ยว จะว่าไปก่อนหน้านั้นเราถูกจับตัวไป
ไม่แน่ว่าอาจสลบเพราะอะไรบางอย่างมาเกินวันนึงก็ได้


หืม? มีอะไรเหรอ?พงสณะมองศรีอย่างสงสัย


คือ เวลาที่มิติผกายกับมิติสามัญต่างกันเปล่าน่ะ?


เวลาที่มิติสามัญเร็วกว่าหนึ่งชั่วโมงอรัญญิกตอบ สิบโมงย่างไปแล้ว
จะหยุดเรียนสักวันไหม
?


ศรีรู้สึกร้อนใจ เธอตอบอย่างลุกลี้ลุกลน ไม่ค่ะ! ช่วยพาหนูกลับทีค่ะ
คุณอรัญญิก
 พี่สาวหนูคงเป็นห่วงมากแล้ว
! 


แล้วเจ้าเล่า? พงสณะ
เรื่องศรีเจ้าจะต่อรองกับข้าอีกหรือไม่ รึไว้คราวหน้า
?


พงสณะยิ้ม เขาปาดนิ้วที่คอทำท่าเชือดเฉือน ไม่ว่าจะด้วยเพราะอะไร
ศรีต้องมากับผมในฐานะคนที่โรงเรียนผมต้องการตัว และในฐานะคู่หมั้นของผม


รองนายิกาประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยามองเด็กชายอย่างพินิจ
แพขนตางอนยาวบดบังนัยน์ครึ่งหนึ่ง ก่อนที่นางและเด็กหญิงจะลุกเดินลงจากเรือนไปตามกระได


 


พอกลับมาถึงบ้านศรีก็ยกมือไหว้ขอบคุณอรัญญิก
นางบอกว่าจะกลับมาดูเธอเป็นครั้งคราว กลัวมีใครปองร้ายอีก หลังจากนั้นศรีก็รีบโทร
. หาอสุรา จู่ ๆ
เมื่อคืนก็หายตัวไปคนในครอบครัวก็ต้องเป็นห่วงมากอยู่แล้ว


ให้ตายเถอะ อยู่ ๆ เกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ไม่รู้


ตื๊ด


เสียงรอสายของโทรศัพท์ดังต่อเนื่อง รู้สึกว่ามันช่างเนิ่นนานเหลือเกิน


เรื่องทั้งหมดทำให้ศรีนึกถึงนิยายที่ตัวเองเคยอ่าน


ตื๊ด


มาคิด ๆ ดู มันก็น่าตื่นเต้นดีอยู่หรอก
ว่าไปก็เคยใฝ่ฝันอยากจะมีการผจญภัย หรือเรื่องราวเหนือจินตนาการแบบนิยาย การ์ตูน
หรือภาพยนตร์ที่ตัวเองเคยดู


ตื๊ด


อยากโลดแล่นในโลกที่ไม่รู้จัก มีการต่อสู้
และใช้เวทมนตร์คาถาที่น่าสนุก
จิตใต้สำนึกหรือสัญชาตญาณดิบของเธอกำลังเรียกร้องอยู่


ตื๊ด---


ทว่าก็มีหลายเรื่อง ที่โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นในบั้นปลาย


ศรี!!! หนูหายไปไหนมา? พี่ว่าจะแจ้งตำรวจให้ตามหาแล้วนะ!!!” เสียงของอสุราเกือบจะกลายเป็นเสียงกรีดร้องด้วยความทรมาน
ทั้งสั่นเครือและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ศรีรู้สึกผิดที่ทำให้พี่สาวตนเองเป็นห่วงมากขนาดนี้


ขอโทษจริง ๆ ค่ะ หนู---      


วันนี้พี่เรียนไม่รู้เรื่อง!! อยากจะออกตามหนู
แต่ก็พยายามคิดในแง่ดีว่าหนูอาจจะแอบหนีเที่ยว ถึงมันจะไม่มีทางเป็นแบบนั้นก็เถอะ
!!!


คือ…” ศรีหน้าซีดเพราะความกังวล
เหมือนได้ยินเสียงอสุราร้องไห้
เธอรู้ว่าการที่คนที่รักหายตัวไปเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงมากแค่ไหน และอสุราก็รัก
ให้ความอ่อนโยนกับเธอยิ่งกว่าใคร ทว่าปรกติหญิงสาวเป็นคนเข้มแข็งกว่านี้
สิ่งที่เกิดขึ้นแม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นก็ไม่น่าสั่นคลอนพอให้เธอร้องไห้


หรือจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างเราหายตัวไป?


จริง ๆ แล้วเมื่อคืนหนูแอบออกไปเที่ยว! จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วค่ะ!


ต้องโกหกแล้วล่ะ ขืนบอกเรื่องที่เจอมาอสุราเป็นห่วงเธอจนอยู่ไม่สุขแน่
มัธยมปลายเรียนหนัก อสุราเป็นคนที่ตั้งใจเรียนมาก
เพราะฉะนั้นแล้วจะทำให้ผู้เป็นพี่กังวลจนเรียนไม่รู้เรื่องไม่ได้เด็ดขาด


อย่ามาโกหก! เราเป็นพี่น้องกันนะ
พี่รู้จักหนูดีพอ
 
---เมื่อคืนใครลักพาตัวหนูไป!!


พี่อสุราคะ! หนูพูดจริงค่ะ!” เอากันเข้าไป ไม่คิดเลยว่าต้องมาป้ายสีให้ตัวเองกลายเป็นเด็กเที่ยวกลางคืนในชีวิตนี้
ศรีกำโทรศัพท์แน่นระหว่างแนบมันกับหู คิ้วขมวดอย่างกลัดกลุ้มจนปวดบริเวณหน้าผาก


แล้วถ้าอย่างนั้นไปที่ไหน?!


อสุราที่แอบมาคุยโทรศัพท์หลังโรงเรียนบริเวณเผาขยะ
เหยียบขวดน้ำพลาสติกที่อยู่ใกล้ๆ แล้วบดขยี้มันเพื่อระบายอารมณ์ที่คุกรุ่น
เธอฉลาดและรู้จักศรีดีพอ น้องสาวตัวเองเป็นเด็กดีอยู่ในโอวาทมาตลอด
ไม่มีทางทำเรื่องเสื่อมเสียแบบเด็กวัยรุ่นทั่วไปหรอก


---แต่ถ้าการฆ่าใครสักคนเพื่อแก้แค้นก็ไม่แน่


พอคิดถึงเรื่องนั้นอสุราก็นิ่งไป ความเชื่อใจในตัวศรีกำลังสั่นคลอน


---หรือว่าศรีแอบไป ฆ่า ใครเหมือนที่ผ่านมา?


 

ตอนถัดไป
ตอนก่อนหน้า
ความคิดเห็น
-->