สัมภาษณ์นักเขียน

ลุ้นไปกับการเติบโตผ่านร้อนหนาวของ ‘เด็กน้อยของท่านประมุข’ โดย มนต์มิถุนา

บทสัมภาษณ์

ทำไมถึงเขียนนิยายจีนโบราณ? “นิยายจีนโบราณมีเสน่ห์ทางด้านวัฒนธรรมและลูกเล่นในด้านความเชื่อไม่ว่าจะเป็นเทพ พลังยุทธ อาชีพพิเศษ ระบบศักดินา ลำดับชั้นมากมายที่ส่งเสริมให้สามารถเขียนเนื้อเรื่องออกมาได้หลากหลาย วิถีชีวิตของผู้คนก็เต็มไปด้วยสีสัน ไม่ว่าจะเรื่องรัก การครองเรือน เรื่องในบ้าน หรือการเมือง การแย่งชิงต่างๆ สิ่งเหล่านี้ในนิยายจีนโบราณทำให้นักเขียนสามารถปลดปล่อยจินตนาการ สร้างโลกนวนิยายได้อย่างเต็มที่ค่ะ”


แรงบันดาลใจในการแต่ง ‘เด็กน้อยของท่านประมุข’ คืออะไร? “อยากเขียนนิยายที่พระเอกแก่กว่านางเอกค่ะ อยากได้อารมณ์ของการเฝ้ามองการเติบโตของพระเอกกับนางเอก นอกจากนี้ที่พิเศษเลยคืออยากเขียนพัฒนาการทางอารมณ์และการกลายเป็นผู้ใหญ่ของนางเอกโดยการพึ่งพาตัวเอง จะเห็นได้ว่า ‘จื่อรั่ว’ เอาชีวิตรอดด้วยความสามารถ พาตัวเองไปเป็นแพทย์หญิงอัจฉริยะท่ามกลางบรรดาแพทย์ที่เป็นผู้ชาย ได้รับการยอมรับจากสังคมภายนอก สร้างอิทธิพลขึ้นมาจากความเก่งกาจของตัวเองในขณะที่พระเอกมีบทบาทเป็นผู้เฝ้ามอง คอยให้การสนับสนุน และตามหวงก้างอย่างลับๆ”


ปมสำคัญในนิยายเรื่องนี้คืออะไร? “ปมสำคัญของเรื่องคือการเติบโตของนางเอกผ่านความยากลำบาก ปมของการที่มีบาดแผลขนาดใหญ่บนใบหน้า จนนางเอกมักเปรยกับมารดาเสมอว่านางคงไม่ได้แต่งงานเพราะไม่มีใครอยากแต่งงานกับคนที่ไม่ได้มีใบหน้าสวยงาม อีกทั้งยังมีปมเรื่องที่นางเอกเข้าใจว่าพ่อทอดทิ้งไปตั้งแต่นางยังไม่เกิด แม้ว่าจื่อรั่วจะแสดงด้านที่เข้มแข็งให้คนอื่นเห็นเสมอ แต่ถ้าผู้อ่านได้อ่านจนจบเรื่องก็จะพบว่าจื่อรั่วยังเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีด้านที่อ่อนแอ อ่อนไหว ความแค้น ชิงชัง และความน้อยเนื้อต่ำใจในตัวเอง ซึ่งนางต้องก้าวผ่านมันไปภายใต้ความรักของคนรอบข้าง”


ความรักของพระเอก-นางเอกเป็นความรักในรูปแบบไหน? “เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์ค่ะ พระเอกมาพบนางเอกครั้งแรกก็เพราะหวังจะใช้นางเป็นสะพานไปสานสัมพันธ์กับอาจารย์ที่เป็นแพทย์เทวดา แต่การใกล้ชิดก็ทำให้พระเอกหลงรักนางเอกจากความเก่งกาจ ท่าทางดื้อรั้น ความรู้สึกเอ็นดู สุดท้ายพัฒนาไปสู่ความรักอย่างหนุ่มสาว”


นอกจากพระเอก-นางเอกแล้ว ผู้เขียนประทับใจตัวละครใดมากที่สุด? “น่าจะเป็นพระรองอย่าง ‘เหอหลวนซาน’ ค่ะ ความรักของเหอหลวนซานที่มีต่อนางเอกคล้ายกับพระเอก คือเอ็นดู ชื่นชมในความเก่งกาจ สุดท้ายก็กลายเป็นความรัก แต่เหอหลวนซานมีพื้นที่ของตัวเองที่จะไม่ก้าวล่วงเข้าไป เป็นความรักที่จะได้สนับสนุนและยอมรับการตัดสินใจทุกอย่างของนางเอกเสมอ”


ฉากใดในนิยายเรื่องนี้ที่ผู้เขียนประทับใจที่สุด? “ฉากที่ชอบที่สุดคือการพบหน้ากันระหว่างจื่อรั่วและพ่อของนางค่ะ อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าจื่อรั่วอาจดูเข้มแข็ง ทำเหมือนไม่สนใจว่าจะมีพ่อหรือไม่ แต่การที่ได้รู้ว่าใครเป็นพ่อ การพบหน้ามันก็ทำให้ปมที่อยู่ในใจถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง จื่อรั่วถึงได้ระบายความรู้สึกคับข้องใจ ความไม่เข้าใจ ความโกรธมากมายออกไปในฉากนั้น เป็นฉากที่เขียนไปร้องไห้ไปด้วย เลยประทับใจมาก”


ความฟินของนิยายเรื่องนี้อยู่ตรงไหน? “น่าจะอยู่ที่การลุ้นค่ะ ว่าพระ-นางเขาจะสารภาพรัก เขาจะรู้กันตอนไหนว่ารักกัน เพราะพระเอกเจอนางเอกครั้งแรกตอนอายุสิบสี่ ยังไม่ทันเข้าพิธีปักปิ่น (พิธีที่แสดงว่าเด็กผู้หญิงก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ สามารถแต่งงานได้) จึงเป็นความรักที่ต้องคอยห้ามใจตัวเองตลอดเวลาไม่ให้ล่วงเกินอะไร ส่วนน้องนางจื่อรั่วของเราก็ไร้เดียงสา ไม่รู้ว่าที่เขามาคอยช่วย มาสนับสนุนทุกอย่างก็เพราะเขารัก นี่แหละค่ะจุดที่นักอ่านหลายคนรู้สึกว่าเป็นความสัมพันธ์ที่น่ารัก น่าเอ็นดู คอยลุ้นว่าเมื่อไหร่ที่หนูจื่อรั่วจะเติบโตเป็นสาวเต็มตัวเสียที”


ฝากผลงานเด็กน้อยของท่านประมุข เป็นงานที่ผู้เขียนตั้งใจแต่งออกมามากนะคะ ถ้าใครอยากอ่านเรื่องราวความรักที่น่ารักระหว่างท่านประมุขผู้โหดเหี้ยม คนที่ชาวยุทธทั้งหลายหวาดกลัวเพียงแค่ได้ยืนชื่อ แต่กลับพยายามจะล่อลวงแพทย์หญิงอัจฉริยะตัวน้อยที่ไร้เดียงสาเรื่องความรัก ใครที่อยากอ่านนางเอกเข้มแข็ง พึ่งพาตัวเองได้ อยากเห็นความเก่งกาจของจื่อรั่ว ก็ฝากนิยายเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ”


ติดตามความสนุกใน เด็กน้อยของท่านประมุข ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์สถาพรบุ๊คส์ www.satapornbooks.co.th