สัมภาษณ์นักเขียน

‘คาธ’ อีกหนึ่งงานวายที่ให้มากกว่าการสืบสวนสอบสวนชวนลุ้นจาก ปราปต์

บทสัมภาษณ์

เส้นทางของนักอ่านที่กลายมาเป็นนักเขียนเป็นอย่างไรบ้าง? “ผมชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก สมัยก่อนจะขลุกอยู่กับนิทานที่ให้ระบายสี นิทานประเภทนี้แต่ละหน้าจะมีเนื้อเรื่องนิดเดียว พออยากอ่านเยอะๆ ก็เลยลงมือเขียนเนื้อเรื่องเพิ่มลงไปเอง คิดว่าจุดเริ่มต้นคงมาจากตรงนี้ จากนั้นพอได้ดูละคร ได้อ่านเรื่องย่อละครแบบที่เป็นเล่มๆ หรือนิยายสาวโรงงานเล่มละ 10 บาท ที่หน้าปกเป็นดารา ก็ลองเขียนเรื่องที่อยู่ในหัวออกมาบ้าง แต่ยังเรียกมันว่านิทานอยู่เลย เพราะไม่รู้จักคำว่านิยาย จนกระทั่งเข้ามัธยม ถึงรู้ว่านิยายคืออะไร ได้อ่านนิยายเล่มแรกคือ ‘หุบเขากินคน’ ของมาลา คำจันทร์ รู้สึกตั้งแต่ตอนนั้นว่านี่คือสิ่งที่เราอยากทำที่สุด ก็เลยเริ่มเขียนเรื่องลงสมุด ลองส่งไปตามนิตยสาร แต่ก็ไม่เคยผ่านเลย ต่อมาได้รู้จักเว็บสำหรับลงงานเขียนอย่างพวกเด็กดีดอทคอม หรือถนนนักเขียน ก็เอาเรื่องไปลง มีสำนักพิมพ์ติดต่อมาตีพิมพ์บ้าง 4-5 เล่ม แล้วก็ว่างไปนานเพราะขยับไปเขียนงานแบบที่โตขึ้น ซึ่งไม่ใช่ทางตลาดเท่าไหร่ กว่าจะได้กลับมาตีพิมพ์อีกครั้งก็เมื่อลองส่งงานเข้าประกวดในเวทีนายอินทร์อะวอร์ดแล้ว ‘กาหลมหรทึก’ ได้รับรางวัลชนะเลิศ ทำให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น และลองส่งงานไปประกวดตามเวทีอื่นๆ จนได้พิมพ์งานต่อมาเรื่อยๆ รวมถึง ‘ดวงแบบนี้ไม่มีจู๋’ ที่ชนะเวทีพลอตเด่นเป็นละครของทางช่องสามกับสถาพรบุ๊คส์ด้วย ปัจจุบันลาออกจากงานประจำมาเขียนหนังสือเต็มตัว เขียนหลากหลายแนวตามความสนใจของตัวเอง”


แรงบันดาลใจในการแต่งนิยายวายเรื่อง ‘คาธ’ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร? “หลังจากจบ ‘คุณหมีปาฏิหาริย์’ ผมคิดถึงงานวายชิ้นต่อไปอยู่พักใหญ่ มีหลายเรื่องที่อยากลองเขียนดู แต่เพราะติดโปรเจกต์อื่นอยู่เลยยังไม่ได้ลงมือซะที จนกระทั่งมีเพื่อนที่ทำงานอยู่ในวงการซีรี่ส์วาย ชวนคุยกันว่าตลาดปัจจุบันยังขาดเรื่องแนวไหน และหากมีงานวายที่พูดถึงการคัมเอาท์แบบ Love, Simon แต่อยู่ในบริบทไทย มันจะเป็นยังไง ก็เลยเริ่มพลอตขึ้นมาจากจุดนั้น เป็นกึ่งๆ งานโจทย์ที่ได้พาตัวเองออกจาก Comfort Zone เหมือนกัน เพราะหลังๆ มาปราปต์แทบไม่ได้เขียนงานที่ค่อนข้างเด็กและใสแบบนี้เลย”


จุดเด่นของนิยายเรื่อง ‘คาธ’ คืออะไร? “เนื่องจากจุดเริ่มต้นมาจากแวดวงซีรี่ส์ วิธีการเล่าเรื่องนี้ก็เลยถูกดีไซน์ให้มีจังหวะเหมือนทีวีซีรี่ส์ผสมกับนิยายครับ การเล่าจะแบ่งเป็น Episode แต่ละ EP. มีใจความของตัวเอง และมีการแบ่ง Point of View ตัวละครให้เป็นเจ้าของแต่ละ EP. แตกต่างกันไป ในระหว่างที่เส้นเรื่องหลักก็ดำเนินไปเรื่อยๆ ถ้าใครชอบดูซีรี่ส์ต่างประเทศน่าจะได้กลิ่นอายวิธีการเล่าแบบนั้นจากคาธ นอกจากนั้น ระหว่างที่เส้นเรื่องรักดำเนินไป ก็ยังมีเส้นเรื่องของการสืบสวนหาความจริง และการต่อสู้ของเด็กๆ แห่งยุคสมัยรวมอยู่ด้วย”


การเขียนถึงความสัมพันธ์ชายรักชายนั้น มีกรอบหรือข้อจำกัดอะไรในการเขียนบ้างไหม? “ความสัมพันธ์ชายรักชายไม่มีข้อจำกัด เพราะคือความรักเหมือนกันกับที่มนุษย์ทุกคนรักกัน แต่พอจัดเข้าฌองวาย ซึ่งมันมีภาพจำของการขายเส้นเรื่องรักเป็นหลัก ขายโมเมนต์มุ้งมิ้งอะไรทำนองนี้ ส่วนนี้จะเป็นกรอบสำคัญมากกว่า คือไม่ว่าเราอยากจะเล่าอะไร มีแก่นหรือเส้นเรื่องอะไร ก็ต้องคอยเตือนตัวเองไม่ให้เตลิดเปิดเปิงไปไกลจากจุดที่คนอ่านแนวนี้คาดหวัง มองมุมนึงเหมือนเป็นกรอบ แต่อีกมุมก็ถือว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายตัวเองว่าจะจัดการกับก้อนความคิดของเรายังไงดี ให้มันออกมาเป็นสิ่งที่ทั้งเราชอบและคนอ่านชอบ เราได้พูดและคนอ่านได้ฟังในสิ่งที่เราอยากจะพูดด้วยน่ะครับ”


ทำอย่างไรจึงจะแต่งนิยายแนวสืบสวนสอบสอนให้โดดเด่นน่าติดตาม? “เป็นคำถามที่ตอบยากมากเลย เพราะส่วนตัวก็ยังต้องคอยจับทางไปเรื่อยๆ เหมือนกันครับ อารมณ์ลุ้นกันเรื่องต่อเรื่องว่าผลตอบรับจะเป็นยังไง แต่จริงๆ โดยส่วนตัวทำงานทุกแนวด้วยวิธีการเหมือนกัน คือเริ่มจากจุดที่เราสนใจก่อน ต่อให้เป็นงานโจทย์ก็ต้องหาจุดสปาร์กจอยให้ได้ พอเราคอนเน็กกับมัน ทุกอย่างจะรื่นและทำให้เราสนุก ผมคิดว่าพอเราสนุก อย่างน้อยก็จะมีคนอ่านกลุ่มนึงที่รสนิยมคล้ายๆ เราสนุกตามไปด้วย เคล็ดลับของการเขียนแนวสืบสวนก็เหมือนกัน ต้องเขียนให้ตัวเองตื่นเต้น สงสัย พอเฉลยก็ต้องเป็นเหตุเป็นผลและทำให้ว้าวได้ ถ้าเวลาเขียนแล้วรู้สึกได้แบบนี้แสดงว่าผ่าน ถ้ายัง ก็อาจต้องคิดแล้วว่ามันมีอะไรที่ไม่ถูกทาง จำเป็นต้องปรับแก้ครับ”


มีสารอะไรที่อยากจะสื่อถึงนักอ่านผ่านนิยายเรื่องนี้บ้าง? “หลักๆ อยากให้คนอ่านสนุกไปกับเนื้อเรื่องมากกว่า อยากให้หน้าร้อนผ่าว มีผีเสื้อบินในท้อง หรือขำไปกับตัวละครครับ เพราะระหว่างที่ตัวเองเขียน ก็เหมือนเรากลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับพวกเขาและสนุกไปด้วยกันมากๆ เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเรียน ม.ปลายอีกครั้ง ส่วนสารในเรื่อง คาธพูดถึงความขัดแย้งของแนวคิดที่เราพบเจอได้ในปัจจุบันนี่แหละ เนื้อเรื่องก็จะพยายามแสดงให้เห็นว่า ตกลงการที่เราเชื่อฟังหรือศรัทธาอะไรบางอย่างเนี่ย มันเป็นผลดีต่อตัวเองจริงรึเปล่า เราได้อะไรจากมัน หรือมันให้อะไรกับเราหรือใครกันแน่ แล้วในการจะเปลี่ยนแปลงความคิดของใครสักคน มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จำเป็นมากๆ ที่จะต้องใช้ความหวังดี ความเข้าใจ และต้องอาศัยเวลา ซึ่งผลลัพธ์ก็อาจเป็นได้ทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จ แต่ในที่สุดการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิ่งต่างๆ ก็ยังคงสำคัญและต้องดำเนินต่อไป”


ฝากผลงาน‘คาธ’ เป็นงานวายเต็มตัวชิ้นที่สองของปราปต์ ถ้าใครเคยประทับใจจาก ‘คุณหมีปาฏิหาริย์’ มาก่อนแล้ว ก็อยากให้ติดตามเรื่องนี้กันต่อนะครับ วายเหมือนกัน แต่เป็นอีกรสเลย เรื่องนี้อ่านง่ายและฉูดฉาดกว่า นานๆ ทีปราปต์จะได้เขียนเรื่องเด็กๆ ใสๆ ลงด้วยครับ อ่านแล้วมาคุยกัน”


ติดตามความสนุกใน คาธ ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์สถาพรบุ๊คส์ www.satapornbooks.com ร่วมรีวิวหนังสือ และพบปะพูดคุยกับเพื่อนๆ นักอ่าน ได้ที่ แฮชแท็ก #คาธ