สัมภาษณ์นักเขียน

รักที่สมหวังเหมือนในนิยายนั้นมีอยู่จริง ใน 'รักจริงไม่อิงนิยาย' โดย นภาสรร

บทสัมภาษณ์

ความรักที่ลงเอยอย่างสุขสมหวังเหมือนในนิยายนั้นมีอยู่จริงใน รักจริงไม่อิงนิยาย โดย นภาสรร


นิยายเรื่องรักจริงไม่อิงนิยายเป็นแนวไหน และมีเนื้อเรื่องอย่างไรรักจริงไม่อิงนิยายเป็นแนวโรแมนติก-คอเมดีที่อ่านง่ายเบาสมอง เนื้อเรื่องเล่าถึง ชนิตา หญิงสาวผู้มีหัวใจปิดตายจากความรักเพราะความหลังที่เจ็บปวดในอดีต ทั้งยังไม่เชื่อว่าความรักที่จบลงอย่างสุขสมหวังเหมือนในนิยายนั้นมีอยู่จริง แต่แล้วชนิตาก็ต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อได้พบกับเมธา นายแพทย์หนุ่มผู้สมบูรณ์แบบราวกับถอดแบบมาจากเจ้าชายในนิทาน ถึงนายแพทย์หนุ่มจะดูดีไร้ที่ติ แต่เขาก็เป็นเพียงผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง จึงมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ชนิตาจึงต้องเรียนรู้ที่จะมีความรักโดยไม่เอาความสมบูรณ์แบบในเทพนิยายมาเปรียบเทียบ และเรียนรู้เพื่อก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไปให้ได้”


นิยามความรักในเรื่องนี้คืออะไรรักแท้มีอยู่จริง ทุกคนต่างเป็นนางเอกและพระเอกในชีวิตของตัวเองเพราะผู้เขียนมองว่าเรื่องราวในนิทานหรือนิยายก็ล้วนเขียนมาจากความเชื่อในเบื้องลึกของผู้ประพันธ์ แม้ในชีวิตจริง ความรักสวยงามไร้ที่ติและสมบูรณ์แบบอาจไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่เชื่อเถอะว่ารอบตัวเรายังมีความรักดีๆ ในรูปแบบอื่น ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่ดีจากเพื่อนหรือครอบครัว ซึ่งยิ่งใหญ่และมีค่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความรักแบบหนุ่มสาวเลย เหนือสิ่งอื่นใด ผู้เขียนมองว่าความรักที่ยั่งยืนและสวยงามไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือความรักและจริงใจที่มีต่อกันค่ะ”


ฉากไหนที่เขียนยากที่สุด และสนุกกับการเขียนฉากไหนที่สุด “ฉากที่ต้องแสดงอารมณ์ความรู้สึกสับสนในใจของชนิตาว่าจะเลิกหรือไปต่อ เพราะมีความซับซ้อนทางอารมณ์ที่ต้องถ่ายทอดออกมาให้ได้ว่าทำไมทั้งที่ความรักกำลังจะไปได้ดี คนสองคนรักกัน มันจะมีปัญหาอะไรที่ทำให้ไม่มั่นใจ ในเมื่ออารมณ์ของมนุษย์มีความละเอียดและซับซ้อน ก็อยากให้ตัวละครได้ถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกนี้ให้สมจริงค่ะ ฉากที่เขียนแล้วสนุกที่สุดคือบทนำค่ะ เพราะได้ลองแต่งนิทานสั้นๆ และเปิดเรื่องในรูปแบบที่ไม่เคยเขียนมาก่อน พอเขียนฉากแรกก็รู้เลยค่ะว่าเรื่องนี้ต้องเขียนจบไวแน่ เพราะคนเขียนเริ่มสนุกละ ไอเดียต่างๆ ตามมามากมาย”


โควตที่ชอบที่สุด เพราะอะไรชีวิตมันมีสองด้าน สมหวังกับผิดหวัง ตอนนี้แกเหมือนคนที่ยืนอยู่หน้าประตู อยากจะเดินออกไปแต่ก็กล้าๆ กลัวๆ เพราะไม่รู้ว่าพอเปิดประตูออกไปแล้วจะเจอกับอะไร แต่แกก็ไม่มีทางเลือกแล้วนะ พัด ถ้ามัวแต่ลังเลไม่เผชิญหน้า แกจะไปไหนต่อไม่ได้เลย

ชอบโควตนี้ที่ณัฐพลพูดกับชนิตามากที่สุด เพราะเป็นแนวคิดที่ใช้เตือนตัวเองเวลาลังเลไม่กล้าตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง ซึ่งจริงๆ แล้วการถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีผลดีอะไรเลย แถมยังทำให้เครียดด้วย สู้เผชิญหน้าไปเลยดีกว่า ถ้าสมหวังก็ยิ้มรับ แต่ถ้าผิดหวังก็ไม่เป็นไร ทำใจ มองให้เป็นเรื่องธรรมดา เพราะทั้งความสมหวังและความผิดหวังก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราทุกคนอยู่แล้ว”


ชอบตัวละครตัวไหนในเรื่องนี้ที่สุด เพราะอะไร “โดยส่วนตัวชอบณัฐพลมากที่สุดค่ะ เพราะถอดแบบมาจากเพื่อนๆ รอบตัวซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนอารมณ์ดีและช่างกิน ที่สำคัญเวลามีปัญหาก็พร้อมช่วยเหลือให้คำแนะนำ แม้ว่าหลายครั้งจะต้องคอยตอบคำถามและแก้ปัญหาเดิมๆ ให้ แต่ก็ไม่เคยเบื่อและรำคาญ คิดว่าคนอ่านก็คงชอบณัฐพลเหมือนกัน เพราะทำให้นึกถึงเพื่อนรักที่มีแครักเตอร์อบอุ่นพร้อมรับฟังและเข้าอกเข้าใจเรา”


จุดเด่นของเรื่องที่อยากนำเสนอ “นอกจากแนวเรื่องและเนื้อเรื่องที่อ่านแล้วเบาสมอง อารมณ์ดีแล้ว ก็คงเป็นแนวคิดหลายอย่างที่สอดแทรกเข้าไปด้วยค่ะ และที่สำคัญ เรื่องนี้ใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปค่อนข้างมาก เพราะเป็นคนที่โตมากับโลกของเทพนิยายก็เลยนำสิ่งที่ชอบมาผสมผสานกับงานเขียนชิ้นนี้ อยากให้คนอ่านรู้สึกอบอุ่นหัวใจ มีความสุขและเสริมสร้างกำลังใจในช่วงที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ด้วยค่ะ”


นักเขียนฝากผลงาน “ขอฝากผลงาน รักจริงไม่อิงนิยาย เล่มนี้ที่เขียนด้วยความเพลิดเพลินด้วยนะคะ คิดว่าความสุขในการเขียนจะสื่อถึงผู้อ่านได้เช่นกันค่ะ ส่วนเรื่องต่อไปที่กำลังเขียนอยู่เป็นแนวอาหาร ซึ่งจะยังคงเน้นความสดใสสไตล์นภาสรร และแทรกประสบการณ์ในงานด้านอาหารเข้าไปด้วยค่ะ ส่วนจะชื่อเรื่องอะไรนั้น รอติดตามกันนะคะ จะตั้งใจเขียนให้สุดฝีมือเลยค่ะ”


ติดตามความสนุกใน รักจริงไม่อิงนิยาย ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์สถาพรบุ๊คส์ www.satapornbooks.com ร่วมรีวิวหนังสือ และพบปะพูดคุยกับเพื่อนๆ นักอ่าน ได้ที่ แฮชแท็ก #รักจริงไม่อิงนิยาย

  • 6
  • / 303