สัมภาษณ์นักเขียน

‘มันตราสมิง’ เรื่องรักลี้ลับของสมิงสุดแซบ โดย คามิเลียสีชมพู

บทสัมภาษณ์

ได้แรงบันดาลใจในการเขียน ‘มันตราสมิง’ จากอะไร? “แรงบันดาลใจของ ‘มันตราสมิง’ มาจากเรื่องลี้ลับค่ะ เพราะฉันชอบฟังเรื่องผีและเรื่องลี้ลับต่างๆ (แม้ว่าจะกลัวผีมากก็ตามที) แล้วอย่างเรื่องลี้ลับที่ติดมากับสิ่งของ เช่น ของเก่า ของคนตาย ของอาถรรพ์ยิ่งน่าสนใจ มันจึงเป็นแรงบันดาลใจแรกของฉันที่จะเขียน รองลงมาจะเป็นเรื่องของความชอบส่วนตัวเกี่ยวกับรักต่างพันธุ์ค่ะ มันบีบหัวใจในทุกๆ ครั้งที่คิดว่าเรารักกันไม่ได้ ”


ทำไมถึงเขียนให้พระเอกเป็นเสือ และคิดว่าแครักเตอร์ของ ‘สมิง’ มีเสน่ห์ตรงไหน? “เพราะเสือก็เปรียบเหมือนเจ้าแห่งพงไพร เป็นนักล่าที่ทรงเสน่ห์ค่ะ (ในความคิดของฉัน ฮา) รวมไปถึงเรื่องเสือสมิงที่ฉันเคยได้ยินมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ แล้ว สมัยก่อนมันน่ากลัว แต่พอโตขึ้นมันกลับน่าสนใจอย่างบอกไม่ถูกเชียวค่ะ จึงเกิดมาเป็น ‘สมิง’ ที่ทุกคนได้รักในวันนี้ ส่วนเรื่องของเสน่ห์ของสมิง ฉันคงตอบได้เพียงแค่ว่า ‘ทุกตรง’ ค่ะ (ฮา) ความที่ท่านเป็นเสือ ลักษณะนิสัยส่วนใหญ่จึงเหมือน ‘แมว’ ตัวโตดีๆ นี่เองค่ะ ดูลึกลับ เอาแต่ใจ หวงถิ่น ยามสงบก็จะนอนนิ่งๆ ยามโกรธก็ก้าวร้าวดุดัน ที่สำคัญ ฉันชอบเวลาที่ท่านประเล้าประโลม ‘มันตรา’ มันเหมือนแมวตัวหนึ่งที่เลียเราตลอดเวลา (ฮา)”


ใน ‘มันตราสมิง’ ฉันต้องการจะสื่อให้ทุกคนเห็นในสิ่งที่ฉันกำลังจะสื่อออกไปให้ได้มากที่สุดค่ะ ไม่อยากจะยัดเยียดความเป็นล้านนาลงไป แต่อยากให้เพียงแค่คุณได้ฟังหรือได้อ่านเรื่องนี้ คุณจะสามารถจินตนาการได้ถึงกลิ่นของข้าวเหนียวนึ่งที่นึ่งอยู่กับเตาอั้งโล่ และกลิ่นของควันไฟก่อด้วยไม้ฟืนลำไยที่มันโชยออกมา อยากให้รับรู้ถึงความมีอยู่ของชนบทเล็กๆ ที่ยังคงก่อไฟด้วยฟืน คนข้าวในกั๊วะ กินข้าวบนขันโตก อาบน้ำในต๊อม มันเคยมีและบางที่มันยังคงถูกใช้อยู่ มันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งซึ่งมันแทบจะหาไม่ได้อีกแล้ว”


ระหว่างเขียนมีอะไรเป็นแรงขับเคลื่อน และในวันที่ ‘ตัน’ คุณแก้ปัญหาอย่างไร? “ฉันจะขออนุญาตตอบคำถามจากข้างหลังมาก่อนนะคะ มันตราสมิงเป็นเรื่องที่ยาวจริงๆ ค่ะ แต่มันกลับไม่เคยมีคำว่า ‘ตัน’ เกิดขึ้นเลยสักวัน ปัญหาที่เกิดขึ้นเหมือนจะเป็นเรื่องที่ฉันจะต้องตัดใจจากเรื่องลี้ลับบางเรื่องไป เพราะมันซ้ำซ้อนเกินไปมากกว่า ด้วยแรงขับเคลื่อนของฉันมันคือมันตรากับพ่อปู่ พระเอก-นางเอกของเรื่องค่ะ เพราะเรื่องนี้ฉันไม่ได้เขียนเพียงเพื่อแต่งเรื่องราวทั้งหมดออกมาให้มีตอนจบแบบใด แต่ฉันเขียนมันตราสมิงเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของพวกเค้าทั้งสองคน ที่มันอบอุ่น (จนเรียกกว่ากลบความเย็นยะเยือกของเรื่องผีได้น่ะค่ะ) แต่ฉันจะขอยกตัวอย่างกรณีบางเรื่องของฉันที่เจอปัญหาว่ามันตัน หาทางไปต่อไม่ได้ สิ่งที่ฉันเลือกทำในวันนั้นคือการออกจากบ้านค่ะ ฉันเลือกที่จะไปวัด ไหว้พระ ขอพรให้กับตัวฉันเอง มันน่าแปลกที่ว่าวัดทำให้ฉันจิตใจสงบลงได้ ก่อนที่ฉันจะไปที่อื่นต่อ สถานที่ที่ฉันไปต่อมาคือ พิพิธภัณฑ์ ไปมองหาสิ่งที่เราต้องการ เลือกสรรจินตนาการและความรู้ที่เราชื่นชอบ ไม่ได้จำกัดว่ามันจะต้องเกี่ยวกับนิยายของเรา ฉันเคยเดินเข้าไปดูนิทรรศการหนึ่งซึ่งมันไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เขียนเลยสักนิด เพียงแต่มันทำให้เราพักจากสิ่งที่กดดันตัวเองเองมากกว่า เผลอๆ เราอาจจะได้อะไรใหม่ๆ จากนิทรรศการนั้นก็เป็นได้”


ในเรื่องมีคาถาและมนตร์ต่างๆ มากมาย คุณได้ข้อมูลเหล่านี้มาจากแหล่งใด? “เรื่องของคาถาและมนตร์ต่างๆ ในมันตราสมิง ทุกบทมีอยู่จริงค่ะ เป็นคาถาที่สืบต่อกันมาแบบปากต่อปาก รวมถึงมากับหลายเรื่องเล่าของพระเกจิอาจารย์ท่านต่างๆ ซึ่งหลายบทไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้เริ่มต้นกันแน่ แต่จะมีหลายๆ บทที่ถูกใช้ในชีวิตจริงอยู่อย่าง ‘คาถาหัวใจเปรต’ ที่ใช้ร่วมกันกับคาถาพระเจ้าห้าพระองค์ที่ใช้กันมานานนมแล้วค่ะ โดยฉันอาศัยหาเอาจากอินเตอร์เน็ต และหนังสือที่สำเนามาจากเอกสารดั้งเดิมของผู้เฒ่าผู้แก่ค่ะ”


ความสัมพันธ์และแครักเตอร์ตัวละครในเรื่องมีความเป็นธรรมชาติมาก นักเขียนได้นำเรื่องราวในชีวิตจริงมาใส่ในนิยายหรือไม่ ถ้าไม่ มีวิธีใดที่ทำให้สมจริง? “ทั้งมาจากชีวิตจริงและจากจินตนาการค่ะ เรื่องของชีวิตจริง ฉันขอเรียกว่ามันคือเป็นการเห็นจนชินตาดีกว่า (พูดไปจะเหมือนการสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้าน) แต่จะขอเรียกแบบดูดีสักนิดว่า ‘การเป็นคนช่างสังเกต’ ค่ะ (ฮาาา) ฉันไม่รู้ว่าใครเป็นเหมือนกันบ้าง แต่ฉันมักชอบมองและจินตนาการต่อจากท่าทาง การเดิน การทำงาน การกิน ลักษณะนิสัย ของแต่ละคน ทั้งหมดเหล่านี้มันสามารถแสดงให้เรารู้ว่าแต่ละคนมีนิสัยและอารมณ์เป็นแบบไหน (แบบง่ายๆ นะคะ เพราะฉันเองก็ไม่อยากตัดสินใครจากวิธีการกินเช่นกัน...ฮาาา) ดังที่กล่าวมาค่ะ มันทำให้ฉันจับคู่เรื่องของนิสัยใจคอกับการกระทำของตัวละครให้แสดงออกมาในรูปแบบที่เขาควรจะเป็น มีตัวละครหนึ่งที่ฉันรู้สึกว่ามันค่อนข้างสมจริงสำหรับฉันนะคะ คือ ‘ป้าหมวย’ กับ ‘น้าสาว’ มันจะมีความจิกกัดกันเล็กๆ ติฉินนินทากันในวงครอบครัว แต่หากพอถึงเวลาที่ฝ่ายใดลำบากแต่ละคนก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ เรียกว่าเป็นห่วงแต่แสดงออกในแบบของตัวเองในยามปรกติค่ะ ฉันชอบเวลาที่เราใส่รายละเอียดลงไปในแต่ละตัวละครที่ไม่ใช่แค่พระเอก-นางเอกของเรื่อง มันทำให้เราได้รับรู้ถึงความผูกพันของแต่ละคน และเข้าถึงตัวละครแต่ละตัวมากขึ้นค่ะ”


ติดตามความสนุกใน มันตราสมิง ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์สถาพรบุ๊คส์ www.satapornbooks.co.th

  • 19
  • / 382